RMF ยังใช้ลดหย่อนภาษีได้ในปัจจุบัน แต่ SSF สิ้นสุดสิทธิสำหรับเงินลงทุนใหม่ตั้งแต่หลังปี 2567 โดย RMF ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี และสูงสุด 500,000 บาท เมื่อรวมกับเงินออมเพื่อเกษียณประเภทอื่น ส่วน SSF เคยลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท แต่สิทธิเดิมเปิดให้เฉพาะการซื้อระหว่างปี 2563-2567 เท่านั้น
ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนภาษีสำหรับปี 2569 อย่าซื้อ SSF โดยเข้าใจว่าจะได้รับสิทธิเหมือนในอดีต เพราะเงินซื้อใหม่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภายใต้มาตรการเดิมได้ ขณะที่ผู้ซึ่งเคยซื้อ SSF และใช้สิทธิไปแล้ว ยังต้องถือหน่วยลงทุนให้ครบตามเงื่อนไขเดิม

RMF และ SSF คืออะไร ต่างกันที่จุดประสงค์หรือไม่
RMF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ออกแบบมาเพื่อสร้างเงินออมสำหรับวัยเกษียณโดยตรง ผู้ลงทุนจึงต้องถือกองทุนระยะยาวและไม่สามารถถอนเงินได้อย่างอิสระเหมือนกองทุนรวมทั่วไป
SSF หรือ Super Savings Fund เป็นกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว เดิมเปิดให้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2567 และไม่ได้กำหนดว่าต้องรอจนถึงอายุ 55 ปีจึงขายได้ แต่ต้องถือแต่ละรายการซื้อครบอย่างน้อย 10 ปี
ทั้งสองประเภทไม่ได้บอกว่ากองทุนต้องลงทุนในสินทรัพย์ชนิดใด คุณจึงพบได้ทั้งกองทุนหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนผสม หรือสินทรัพย์ทางเลือก การเลือกกองทุนจึงควรดูนโยบาย ความเสี่ยง และสัดส่วนในพอร์ตตามหลัก Asset Allocation ไม่ใช่ดูเพียงคำว่า RMF หรือ SSF
RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรในปี 2569
เงินซื้อ RMF สามารถนำมาหักออกจากเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยต้องไม่เกินเกณฑ์ต่อไปนี้
- ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี
- วงเงิน RMF สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
- เมื่อรวมกับเงินออมเพื่อเกษียณประเภทอื่น ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณที่ต้องนำมารวมคำนวณ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนการออมแห่งชาติ คุณจึงไม่ควรนำตัวเลข 500,000 บาทไปซื้อ RMF ทันทีโดยไม่ตรวจยอดเงินออมประเภทอื่นก่อน
ตัวอย่างเช่น คุณมีเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี 1,200,000 บาทต่อปี เกณฑ์ 30% เท่ากับ 360,000 บาท แต่หากปีนั้นคุณส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้ว 120,000 บาท วงเงิน RMF ที่เหลือภายใต้เพดานรวม 500,000 บาทจะอยู่ที่ 360,000 บาท ซึ่งเท่ากับเพดานตามรายได้พอดี
กรมสรรพากรระบุเกณฑ์ RMF สำหรับปีภาษีล่าสุดไว้ใน คู่มือการกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ว่าลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่เข้าเกณฑ์ และไม่เกิน 500,000 บาทตามเงื่อนไขที่กำหนด :contentReference[oaicite:0]{index=0}
ซื้อ RMF แล้วประหยัดภาษีได้ 500,000 บาทจริงไหม
วงเงินลดหย่อนไม่เท่ากับจำนวนภาษีที่ประหยัดได้ การซื้อ RMF 100,000 บาท หมายถึงนำเงิน 100,000 บาทไปหักออกก่อนคำนวณภาษี ไม่ได้หมายความว่ากรมสรรพากรจะคืนภาษีให้คุณ 100,000 บาท
สมมติว่าคุณมีเงินได้สุทธิก่อนหัก RMF อยู่ที่ 900,000 บาท ซึ่งเงินส่วนบนอยู่ในฐานภาษี 20% หากซื้อ RMF 100,000 บาท เงินได้สุทธิจะลดเหลือ 800,000 บาท และอาจช่วยลดภาษีประมาณ 20,000 บาท เพราะเงินที่ลดลงทั้งก้อนยังอยู่ในช่วงอัตรา 20%
แต่ถ้าเงินลดหย่อนพาดผ่านหลายฐานภาษี จำนวนภาษีที่ลดลงจะต้องคำนวณแยกตามแต่ละช่วง ไม่ควรนำยอดซื้อคูณอัตราภาษีสูงสุดของคุณทั้งก้อนโดยอัตโนมัติ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นแบบขั้นบันได ตั้งแต่ได้รับยกเว้นจนถึงสูงสุด 35% :contentReference[oaicite:1]{index=1}
เงื่อนไข RMF ต้องซื้อทุกปีและขายได้เมื่อไร
RMF กำหนดให้ลงทุนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แต่สามารถเว้นการซื้อได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน เช่น ซื้อปี 2568 เว้นปี 2569 คุณต้องกลับมาซื้อในปี 2570 จึงจะยังรักษาความต่อเนื่องไว้ได้ โดยไม่มีการกำหนดยอดซื้อขั้นต่ำตามกฎหมาย
การขาย RMF ให้ถูกเงื่อนไขต้องผ่านทั้งสองข้อพร้อมกัน คือ ถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรก และผู้ลงทุนมีอายุอย่างน้อย 55 ปีบริบูรณ์ การเริ่มซื้อก่อนอายุ 55 เพียงไม่กี่ปีจึงไม่ได้ทำให้ขายได้ทันทีเมื่ออายุครบ 55 หากระยะเวลาถือยังไม่ครบ
RMF ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ผลตอบแทนจะสะสมอยู่ในมูลค่าหน่วยลงทุนจนกว่าจะขายคืน เหมาะกับการปล่อยเงินเติบโตระยะยาวผ่านพลังของ ดอกเบี้ยทบต้น แต่คุณต้องแน่ใจว่าเงินก้อนนี้ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ก่อนเกษียณ

SSF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร และตอนนี้ยังใช้สิทธิได้หรือไม่
ภายใต้มาตรการเดิม เงินซื้อ SSF ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อนับรวมกับกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
อย่างไรก็ตาม สิทธินี้ใช้กับการซื้อในช่วง ปี 2563-2567 เท่านั้น การซื้อ SSF ใหม่ในปี 2569 จึงไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามมาตรการเดิมได้ แม้กองทุนหรือชนิดหน่วยลงทุน SSF บางรายการจะยังปรากฏและเปิดให้ทำธุรกรรมอยู่ก็ตาม :contentReference[oaicite:2]{index=2}
ผู้ที่ซื้อ SSF ภายในช่วงที่ได้รับสิทธิยังต้องถือแต่ละรายการซื้อให้ครบ 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ เช่น ซื้อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ก็ควรรอให้พ้นวันที่ 20 ธันวาคม 2577 ก่อนขายรายการนั้น การซื้อหลายครั้งจะมีวันครบกำหนดต่างกัน จึงควรตรวจประวัติเป็นรายรายการ ไม่ใช่ดูเฉพาะปีที่เปิดบัญชี
สรุปความแตกต่างระหว่าง RMF และ SSF
- สิทธิลดหย่อนปัจจุบัน: RMF ยังใช้สิทธิได้ ส่วน SSF สิ้นสุดสิทธิสำหรับเงินซื้อใหม่หลังปี 2567
- วงเงินเดิม: RMF สูงสุด 500,000 บาท ส่วน SSF สูงสุด 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเพดานรวมการออมเกษียณ
- ระยะเวลาถือ: RMF อย่างน้อย 5 ปีและขายเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป ส่วน SSF ถือแต่ละรายการอย่างน้อย 10 ปี
- ความต่อเนื่อง: RMF ต้องซื้ออย่างต่อเนื่องและเว้นได้ไม่เกิน 1 ปี ส่วน SSF ไม่บังคับซื้อทุกปี
- เงินปันผล: RMF ไม่จ่ายปันผล ส่วน SSF อาจมีทั้งชนิดจ่ายและไม่จ่ายปันผล
ควรเลือก RMF จากภาษีหรือผลตอบแทนก่อน
วิธีที่เหมาะกว่าคือคำนวณภาษีเพื่อหาวงเงินที่จำเป็น แล้วจึงเลือกสินทรัพย์ให้เข้ากับแผนระยะยาว อย่าซื้อกองทุนหุ้นเสี่ยงสูงเพียงเพราะลดหย่อนได้ หากคุณรับความผันผวนไม่ได้ หรือมีเวลาเหลือก่อนเกษียณไม่มาก
ก่อนซื้อให้ตรวจสามเรื่อง ได้แก่ เงินสำรองฉุกเฉิน ภาระหนี้ และสัดส่วนสินทรัพย์เดิมในพอร์ต เพราะสิทธิภาษีที่ประหยัดได้อาจน้อยกว่าความเสียหายจากการต้องขายผิดเงื่อนไข นอกจากนี้ควรพิจารณาผลกระทบของ เงินเฟ้อต่อเงินออมและการลงทุน เพื่อให้พอร์ตเกษียณมีโอกาสรักษากำลังซื้อในระยะยาว
คุณสามารถตรวจสอบเงื่อนไขและค้นหาข้อมูลกองทุนจาก ศูนย์ข้อมูลกองทุนลดหย่อนภาษีของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหนังสือชี้ชวนและ Fund Fact Sheet ของกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน :contentReference[oaicite:3]{index=3}
คำถามที่พบบ่อย
ปี 2569 ซื้อ SSF แล้วยังลดหย่อนภาษีได้ไหม
ไม่ได้ภายใต้มาตรการ SSF เดิม เพราะสิทธิสำหรับเงินลงทุนใหม่กำหนดไว้เฉพาะการซื้อระหว่างปี 2563-2567 แต่ผู้ที่เคยใช้สิทธิยังต้องถือหน่วยลงทุนเดิมให้ครบ 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
ซื้อ RMF 500,000 บาท ลดหย่อนเต็มจำนวนทุกคนหรือไม่
ไม่ทุกคน คุณต้องผ่านทั้งเกณฑ์ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี และเพดานรวมเงินออมเพื่อเกษียณไม่เกิน 500,000 บาท หากมีเงินได้หรือวงเงินคงเหลือน้อยกว่า ยอดส่วนเกินจะใช้ลดหย่อนไม่ได้
ขาย RMF หรือ SSF ก่อนครบเงื่อนไขเกิดอะไรขึ้น
ผู้ลงทุนอาจต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติม คืนสิทธิภาษีที่เคยได้รับ และชำระเงินเพิ่มตามกฎหมาย ส่วนกำไรจากการขายอาจมีภาระภาษีตามกรณี จึงควรสอบถามบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือผู้ให้คำปรึกษาภาษีก่อนส่งคำสั่งขาย
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน กฎหมายภาษีและมาตรการลดหย่อนอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรและสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมศึกษาหนังสือชี้ชวนและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต
ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน