Disclaimer : เราไม่ใช่เว็บไซต์ที่แนะนำหรือชักชวนในการลงทุน ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการชักชวนในการลงทุนใด ๆ การลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้ คุณไม่ควรยึดถือว่าเป็นคำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย การลงทุน หรือเป็นคำแนะนำว่าการลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อธิบายไว้นั้นเหมาะสำหรับคุณและนักลงทุน

P/E Ratio คืออะไร ใช้ดูหุ้นถูกหุ้นแพงอย่างไร

P/E Ratio คืออะไร ใช้ดูหุ้นถูกหุ้นแพงอย่างไร

หุ้นราคา 20 บาท อาจแพงกว่าหุ้นราคา 200 บาทก็ได้ เพราะราคาต่อหุ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าบริษัทมีมูลค่าถูกหรือแพง P/E Ratio จึงถูกใช้เพื่อเปรียบเทียบว่า นักลงทุนกำลังจ่ายเงินกี่บาทเพื่อแลกกับกำไรของบริษัท 1 บาท แต่ต้องใช้ร่วมกับการเติบโต คุณภาพกำไร และความเสี่ยงของธุรกิจ ไม่ควรดูตัวเลขนี้เพียงค่าเดียวแล้วตัดสินใจซื้อหุ้นทันที

Stock valuation dashboard comparing share price with company earnings, no text, no characters, no logos

P/E Ratio คืออะไร?

P/E Ratio ย่อมาจาก Price-to-Earnings Ratio หรืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น เป็นตัวเลขที่ช่วยให้คุณเห็นว่าตลาดกำลังให้มูลค่ากับกำไรของบริษัทสูงหรือต่ำเพียงใด

สูตรคำนวณพื้นฐานคือ

P/E Ratio = ราคาหุ้น ÷ กำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ EPS

ตัวอย่างเช่น หุ้นบริษัท A มีราคา 50 บาท และมี EPS เท่ากับ 5 บาทต่อหุ้น บริษัทนี้จะมี P/E เท่ากับ 10 เท่า หมายความว่า ตลาดกำลังจ่ายเงิน 10 บาทต่อกำไรปัจจุบันของบริษัททุก 1 บาท

EPS หรือ Earnings per Share คือกำไรสุทธิที่จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นสามัญหารด้วยจำนวนหุ้น หากยังไม่คุ้นกับตัวเลขนี้ คุณสามารถอ่านเรื่อง EPS คืออะไรและใช้วิเคราะห์หุ้นอย่างไร เพิ่มเติมได้

ตามคำอธิบายของ Investor.gov ค่า P/E คำนวณจากราคาหุ้นปัจจุบันหารด้วยกำไรต่อหุ้น และสามารถใช้ประเมินว่าราคาหุ้นสูงหรือต่ำเมื่อเทียบกับอดีตหรือบริษัทอื่นได้

อย่างไรก็ตาม P/E 10 เท่าไม่ได้แปลว่าจะใช้เวลา 10 ปีเพื่อคืนทุนอย่างแน่นอน เพราะกำไรบริษัทสามารถเพิ่มขึ้น ลดลง หรือขาดทุนได้ อีกทั้งผู้ถือหุ้นไม่ได้รับกำไรทั้งหมดในรูปเงินปันผล ส่วนหนึ่งอาจถูกเก็บไว้ลงทุนต่อในกิจการ

P/E สูงหรือต่ำแปลว่าอะไร?

P/E ต่ำหมายถึงหุ้นราคาถูกหรือไม่?

P/E ต่ำอาจสะท้อนว่าราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับกำไรปัจจุบัน เช่น หุ้นที่มี P/E 8 เท่า ดูเหมือนถูกกว่าหุ้นที่มี P/E 20 เท่า หากบริษัททั้งสองมีธุรกิจ การเติบโต และความเสี่ยงใกล้เคียงกัน

แต่ในตลาดจริง เงื่อนไขเหล่านี้แทบไม่เคยเหมือนกันทั้งหมด P/E ต่ำอาจเกิดจากตลาดคาดว่ากำไรจะลดลง บริษัทมีหนี้สูง ธุรกิจกำลังเสียความสามารถในการแข่งขัน หรือกำไรล่าสุดมาจากรายการพิเศษที่ไม่เกิดซ้ำ

สถานการณ์นี้เรียกว่า Value Trap หรือหุ้นที่ดูเหมือนราคาถูก แต่พื้นฐานกำลังแย่ลง ตัวเลข P/E จึงต่ำเพราะราคาหุ้นสะท้อนปัญหาบางอย่างไปแล้ว ไม่ใช่เพราะตลาดมองข้ามโอกาสเสมอไป

P/E สูงหมายถึงหุ้นแพงหรือไม่?

P/E สูงมักหมายถึงนักลงทุนยอมจ่ายราคาสูงเพื่อซื้อกำไรปัจจุบัน เพราะคาดหวังว่ากำไรในอนาคตจะเติบโต เช่น บริษัทเทคโนโลยีที่มี P/E 40 เท่า อาจยังสมเหตุสมผล หากกำไรเติบโตปีละ 30–40% และสามารถรักษาการเติบโตได้จริง

ในทางกลับกัน หากบริษัทมี P/E สูงแต่ยอดขายเริ่มชะลอ อัตรากำไรลดลง หรือการแข่งขันรุนแรงขึ้น ราคาหุ้นอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดมูลค่า หรือที่เรียกว่า Valuation De-rating

ดังนั้นคำว่า “สูง” หรือ “ต่ำ” ต้องมีสิ่งเปรียบเทียบเสมอ และสิ่งที่ควรเปรียบเทียบไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ยของตลาดเท่านั้น

ควรเปรียบเทียบ P/E กับอะไรบ้าง?

การใช้ P/E ให้มีประโยชน์ควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 3 ระดับ เพื่อไม่ให้สรุปจากตัวเลขที่ขาดบริบท

  • เทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน: ธนาคารควรเทียบกับธนาคาร ร้านค้าปลีกควรเทียบกับร้านค้าปลีก เพราะโครงสร้างกำไรและความเสี่ยงต่างกัน
  • เทียบกับ P/E ในอดีตของบริษัท: ดูว่าหุ้นกำลังซื้อขายสูงหรือต่ำกว่ากรอบมูลค่าที่ตลาดเคยให้ในช่วงธุรกิจปกติ
  • เทียบกับอัตราการเติบโต: บริษัทที่กำไรเติบโตเร็วและสม่ำเสมอมักสมควรได้รับ P/E สูงกว่าบริษัทที่กำไรไม่เติบโต

ตัวอย่างเช่น บริษัท B มี P/E ปัจจุบัน 15 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลังอยู่ที่ 25 เท่า คุณยังสรุปไม่ได้ทันทีว่าหุ้นถูก ต้องตรวจต่อว่ากำไรในอนาคตยังเติบโตเหมือนเดิมหรือไม่ หากธุรกิจเข้าสู่ช่วงชะลอตัว P/E ที่ลดลงอาจเป็นการปรับมูลค่าให้เหมาะกับการเติบโตชุดใหม่

จากการวิเคราะห์หุ้นในทางปฏิบัติ การใช้ ค่ามัธยฐาน ของ P/E ย้อนหลังมักเหมาะกว่าค่าเฉลี่ย เพราะค่ามัธยฐานได้รับผลกระทบจากช่วงที่ตัวเลขสูงหรือต่ำผิดปกติน้อยกว่า

Financial analysis workspace comparing valuation multiples and earnings trends, no text, no characters, no logos

Trailing P/E กับ Forward P/E ต่างกันอย่างไร?

Trailing P/E ใช้กำไรที่เกิดขึ้นแล้ว

Trailing P/E หรือ Historical P/E ใช้กำไรย้อนหลัง โดยทั่วไปนิยมใช้กำไรสุทธิ 12 เดือนล่าสุด ข้อดีคือเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและตรวจสอบได้จากงบการเงิน

ข้อจำกัดคือกำไรในอดีตอาจไม่สะท้อนอนาคต โดยเฉพาะบริษัทที่เพิ่งขยายโรงงาน สูญเสียลูกค้ารายใหญ่ หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่ผลประกอบการเปลี่ยนแปลงเร็ว

Forward P/E ใช้ประมาณการกำไรในอนาคต

Forward P/E คำนวณจากราคาหุ้นหารด้วย EPS ที่นักวิเคราะห์หรือบริษัทคาดการณ์ไว้ในอนาคต เช่น กำไรของปีถัดไป ตัวเลขนี้ช่วยสะท้อนแนวโน้มได้เร็วกว่า แต่มีความไม่แน่นอนสูงกว่า เพราะประมาณการสามารถคลาดเคลื่อนได้

สมมติหุ้นราคา 60 บาท มี EPS ย้อนหลัง 3 บาท จึงมี Trailing P/E เท่ากับ 20 เท่า หากตลาดคาดว่า EPS ปีหน้าจะเพิ่มเป็น 5 บาท Forward P/E จะลดเหลือ 12 เท่า

ตัวเลขดังกล่าวดูน่าสนใจ แต่คุณต้องถามต่อว่า EPS 5 บาทมีสมมติฐานอะไรอยู่เบื้องหลัง เช่น ยอดขายต้องโตเท่าไร ต้นทุนต้องลดลงหรือไม่ และมีความเสี่ยงที่ประมาณการจะถูกปรับลดมากแค่ไหน

วิธีใช้ P/E ดูหุ้นถูกหุ้นแพงแบบเป็นขั้นตอน

แทนที่จะค้นหาหุ้น P/E ต่ำที่สุด คุณสามารถใช้กระบวนการต่อไปนี้เพื่อกรองหุ้นอย่างเป็นระบบ

  • ขั้นที่ 1 ตรวจว่าบริษัทมีกำไรปกติ: หากบริษัทขาดทุน ค่า P/E จะติดลบหรือไม่สามารถตีความได้
  • ขั้นที่ 2 แยกกำไรประจำออกจากกำไรพิเศษ: ตรวจว่ากำไรมาจากธุรกิจหลักจริงหรือเกิดจากการขายที่ดิน ขายเงินลงทุน หรือกลับรายการบัญชี
  • ขั้นที่ 3 เปรียบเทียบกับคู่แข่ง: เลือกบริษัทที่มีรูปแบบธุรกิจ ตลาด และระดับความเสี่ยงใกล้เคียงกัน
  • ขั้นที่ 4 ดูแนวโน้มกำไร: พิจารณายอดขาย อัตรากำไร และ EPS ย้อนหลังหลายปี ไม่ใช่เพียงไตรมาสล่าสุด
  • ขั้นที่ 5 ประเมินอนาคต: ตรวจว่าสมมติฐานการเติบโตสมเหตุสมผลและมีปัจจัยใดทำให้กำไรต่ำกว่าคาดได้บ้าง
  • ขั้นที่ 6 ใช้อัตราส่วนอื่นยืนยัน: ดูหนี้ กระแสเงินสด ROE และคุณภาพงบการเงินร่วมด้วย

งบกำไรขาดทุนอาจแสดงกำไรสูง แต่หากบริษัทเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ กระแสเงินสดอาจต่ำกว่ากำไรมาก คุณจึงควรทำความเข้าใจ วิธีอ่านงบการเงินเบื้องต้น ก่อนนำ P/E ไปใช้ตัดสินใจ

อีกตัวเลขที่ช่วยวัดประสิทธิภาพของบริษัทคือ ROE หรืออัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เพราะหุ้น P/E ต่ำแต่ใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อสร้างกำไรเพียงเล็กน้อย อาจไม่ได้มีคุณภาพดีเท่าที่ตัวเลขมูลค่าบอก

ตัวอย่างเปรียบเทียบหุ้นสองบริษัท

สมมติบริษัท A และบริษัท B อยู่ในธุรกิจเดียวกัน

  • บริษัท A: ราคาหุ้น 40 บาท EPS 4 บาท P/E 10 เท่า กำไรคาดว่าจะลดลง 15% ในปีหน้า
  • บริษัท B: ราคาหุ้น 80 บาท EPS 4 บาท P/E 20 เท่า กำไรคาดว่าจะเติบโต 25% ในปีหน้า

เมื่อดูเฉพาะ P/E บริษัท A ดูถูกกว่าอย่างชัดเจน แต่หากกำไรลดลงจริง EPS อาจเหลือ 3.40 บาท ทำให้ P/E บนกำไรปีหน้าขยั

คำถามที่พบบ่อย

P/E Ratio เท่าไหร่ถึงถือว่าหุ้นถูก?

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะระดับ P/E ที่เหมาะสมแตกต่างกันตามอุตสาหกรรม การเติบโต และความเสี่ยงของบริษัท ควรเปรียบเทียบกับหุ้นในธุรกิจเดียวกัน ค่าเฉลี่ยย้อนหลังของบริษัท และแนวโน้มกำไรในอนาคต

P/E สูงหรือต่ำ แบบไหนดีกว่ากัน?

P/E ต่ำอาจหมายถึงหุ้นราคาถูกเมื่อเทียบกับกำไร แต่อาจสะท้อนว่าตลาดกังวลต่อธุรกิจหรือคาดว่ากำไรจะลดลง ส่วน P/E สูงอาจเกิดจากความคาดหวังว่าบริษัทจะเติบโตเร็ว จึงต้องพิจารณาคุณภาพกำไรและแนวโน้มธุรกิจร่วมด้วย

หุ้นที่ขาดทุนสามารถดูค่า P/E ได้ไหม?

หากบริษัทมี EPS ติดลบ ค่า P/E จะไม่มีความหมายหรือไม่สามารถใช้เปรียบเทียบได้ตามปกติ กรณีนี้ควรดูตัวชี้วัดอื่น เช่น P/BV, Price-to-Sales กระแสเงินสด และแผนการกลับมาทำกำไรของบริษัทแทน

เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต

ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ติดตาม: Facebook · YouTube

บทความที่เกี่ยวข้อง


CRYPTOLIBRARIE.COM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.