Disclaimer : เราไม่ใช่เว็บไซต์ที่แนะนำหรือชักชวนในการลงทุน ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการชักชวนในการลงทุนใด ๆ การลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้ คุณไม่ควรยึดถือว่าเป็นคำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย การลงทุน หรือเป็นคำแนะนำว่าการลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อธิบายไว้นั้นเหมาะสำหรับคุณและนักลงทุน

MEV คืออะไร ทำไมกระทบราคาตอนเทรดคริปโต

MEV คืออะไร ทำไมกระทบราคาตอนเทรดคริปโต

เคยกด Swap คริปโตตอนที่หน้าจอแสดงราคาหนึ่ง แต่กลับได้รับเหรียญน้อยกว่าที่คาดหรือไม่? หนึ่งในสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นคือ MEV หรือ Maximal Extractable Value ซึ่งหมายถึงมูลค่าที่ผู้มีบทบาทในการจัดลำดับธุรกรรมสามารถดึงออกมาได้ ด้วยการแทรก ตัดออก หรือเปลี่ยนลำดับธุรกรรมภายในบล็อก ผลที่ผู้ใช้อาจเจอคือคำสั่งซื้อขายถูกดำเนินการในราคาที่เสียเปรียบ แม้ว่าธุรกรรมจะยังอยู่ภายในค่า Slippage ที่กำหนดไว้ก็ตาม

Blockchain transaction queue with reordered data blocks and a decentralized exchange liquidity pool, no text, no characters, no logos

MEV คืออะไร และมูลค่านี้มาจากไหน?

MEV ย่อมาจาก Maximal Extractable Value เดิมเคยใช้คำว่า Miner Extractable Value ในยุคที่เครือข่าย Ethereum ใช้ระบบ Proof of Work แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Proof of Stake คำว่า “Maximal” จึงเหมาะกว่า เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดึงมูลค่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักขุดอีกต่อไป

ตามคำอธิบายของ เอกสาร Ethereum.org เรื่อง MEV มูลค่านี้เกิดจากความสามารถในการเลือกว่าจะรวมธุรกรรมใดไว้ในบล็อก ตัดธุรกรรมใดออก หรือจัดธุรกรรมให้ดำเนินการก่อนและหลังกันอย่างไร นอกเหนือจากรางวัลบล็อกและค่าธรรมเนียมปกติ

ในทางปฏิบัติ ระบบ MEV มีผู้เกี่ยวข้องหลายบทบาท เช่น

  • ผู้ใช้งาน ส่งธุรกรรม Swap ฝาก ถอน กู้ยืม หรือชำระหนี้ไปยังบล็อกเชน
  • Searcher ใช้โปรแกรมค้นหาโอกาสทำกำไรจากธุรกรรมที่กำลังรอประมวลผล
  • Block Builder จัดชุดและลำดับธุรกรรมเพื่อสร้างบล็อกที่มีมูลค่าสูง
  • Validator หรือ Proposer เสนอหรือยืนยันบล็อกตามกลไกของเครือข่าย

หากยังไม่คุ้นกับบทบาทของผู้ตรวจสอบธุรกรรม คุณสามารถอ่านเรื่อง Proof of Work กับ Proof of Stake ต่างกันอย่างไร เพิ่มเติมได้ เพราะกลไกฉันทามติมีผลโดยตรงต่อผู้ที่มีอำนาจเสนอและจัดการธุรกรรมในบล็อก

ทำไมลำดับธุรกรรมจึงเปลี่ยนราคาที่คุณได้รับ?

ในตลาดซื้อขายแบบกระจายศูนย์หรือ DEX การซื้อขายจำนวนมากไม่ได้จับคู่กับผู้ขายรายอื่นโดยตรง แต่ใช้สภาพคล่องที่อยู่ใน Smart Contract หรือ Liquidity Pool ราคาในพูลจึงเปลี่ยนตามสัดส่วนของสินทรัพย์ที่เหลืออยู่หลังจากแต่ละธุรกรรม

ลองนึกภาพว่ามีคนต่อแถวซื้อตั๋วซึ่งมีจำนวนจำกัด ยิ่งมีคนซื้อก่อน ราคาตั๋วที่เหลืออยู่ก็ยิ่งสูงขึ้น การได้อยู่หน้าหรือหลังแถวจึงมีผลต่อราคาที่ต้องจ่าย บนบล็อกเชน ลำดับในแถวนี้ไม่ได้ยึดตามเวลาที่คุณกดส่งเพียงอย่างเดียว แต่อาจขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียม เส้นทางส่งธุรกรรม และวิธีจัดบล็อกด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกคำสามคำนี้ออกจากกันให้ชัดเจน

  • Price Impact คือผลกระทบต่อราคาที่เกิดจากขนาดคำสั่งของคุณเอง เมื่อเทียบกับสภาพคล่องในพูล
  • Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่ได้รับจริง
  • MEV คือการที่บุคคลหรือระบบอื่นใช้ข้อมูลและลำดับธุรกรรมเพื่อดึงมูลค่าเพิ่มเติม

ดังนั้น การได้ราคาแย่กว่าที่เห็นไม่ได้แปลว่าคุณถูกโจมตีด้วย MEV ทุกครั้ง พูลอาจมีสภาพคล่องต่ำ ตลาดอาจผันผวน หรือคำสั่งของคุณอาจใหญ่เกินไป แต่ MEV สามารถทำให้ความคลาดเคลื่อนเหล่านั้นรุนแรงขึ้นได้

Sandwich Attack ทำงานอย่างไร?

Sandwich Attack เป็นรูปแบบ MEV ที่กระทบผู้เทรดทั่วไปได้ชัดที่สุด ชื่อนี้มาจากการที่ธุรกรรมของผู้ใช้ถูกประกบด้วยธุรกรรมของบอตหนึ่งรายการก่อนหน้าและอีกหนึ่งรายการหลังจากนั้น เหมือนไส้ที่อยู่ระหว่างขนมปังสองแผ่น

ตัวอย่างการถูกประกบคำสั่งซื้อ

สมมติว่าคุณส่งคำสั่งใช้ 100,000 USDC เพื่อซื้อ ETH ผ่านพูลที่มีสภาพคล่องไม่สูงมาก และตั้งค่า Slippage ไว้ 2% ธุรกรรมถูกส่งเข้า Public Mempool ซึ่งเป็นพื้นที่พักธุรกรรมก่อนถูกนำไปใส่ในบล็อก

บอตตรวจพบว่าคำสั่งของคุณมีขนาดใหญ่พอที่จะดันราคา ETH ในพูลให้สูงขึ้น จึงดำเนินการดังนี้

  • Front-run: บอตซื้อ ETH ก่อนธุรกรรมของคุณ ทำให้ราคา ETH ในพูลสูงขึ้น
  • Victim transaction: คำสั่งของคุณถูกดำเนินการต่อมาในราคาที่แพงขึ้น แต่ยังไม่เกิน Slippage 2% จึงไม่ถูกยกเลิก
  • Back-run: บอตขาย ETH หลังคำสั่งของคุณ เมื่อราคาถูกดันสูงขึ้นแล้ว

ผลคือคุณได้รับ ETH น้อยกว่าที่ควร ส่วนบอตเก็บส่วนต่างหลังหักค่า Gas และค่าธรรมเนียมที่ใช้เพื่อให้ธุรกรรมอยู่ในลำดับที่ต้องการ งานวิจัย Flash Boys 2.0 เป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ศึกษาการทำ Front-running การแข่งขันด้านค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงจากการจัดลำดับธุรกรรมบน DEX

Decentralized exchange swap surrounded by two automated transactions before and after it, no text, no characters, no logos

MEV มีเฉพาะ Sandwich Attack หรือไม่?

MEV ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่เป็นอันตรายทั้งหมด บางรูปแบบช่วยให้ตลาดและระบบ DeFi ทำงานได้ตามกลไก แต่บางรูปแบบสร้างต้นทุนโดยตรงให้ผู้ใช้งาน

Arbitrage ระหว่างตลาด

หาก ETH ใน DEX แห่งหนึ่งราคา 3,000 USDC แต่อีกแห่งราคา 3,020 USDC บอตสามารถซื้อจากตลาดที่ถูกและขายในตลาดที่แพงกว่า การทำ Arbitrage ช่วยให้ราคาของแต่ละตลาดกลับมาใกล้เคียงกันเร็วขึ้น แต่ผู้ที่จัดธุรกรรมได้เร็วหรืออยู่ในลำดับที่ดีกว่ามักเป็นผู้ได้กำไร

Liquidation ในแพลตฟอร์มกู้ยืม

เมื่อหลักประกันของผู้กู้มีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ โปรโตคอลอาจเปิดให้บุคคลอื่นชำระหนี้แทนและรับค่าตอบแทน การ Liquidate เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาความมั่นคงของแพลตฟอร์ม แต่การแข่งขันระหว่างบอตอาจทำให้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้นหรือสร้างความแออัดในเครือข่าย

Front-running การเปิดตัวเหรียญหรือ NFT

บอตอาจตรวจพบธุรกรรมซื้อเหรียญ เปิดพูล หรือ Mint สินทรัพย์ที่มีความต้องการสูง แล้วพยายามส่งคำสั่งให้ดำเนินการก่อนด้วยค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า กรณีนี้ผู้ใช้อาจซื้อไม่ทัน ได้ราคาสูงขึ้น หรือเสียค่า Gas จากธุรกรรมที่ล้มเหลว

จุดสำคัญคือ MEV เป็นผลจากคุณค่าของลำดับธุรกรรม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การ Swap เหรียญ จึงสามารถเกิดกับการซื้อขาย การกู้ยืม การชำระบัญชี การ Mint และ Smart Contract ที่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับว่าใครทำรายการก่อน

MEV กระทบ “ราคาคริปโต” ทั้งตลาดหรือแค่ราคาที่คุณเทรด?

โดยทั่วไป MEV ที่เกิดจาก Sandwich Attack มักกระทบ Execution Price หรือราคาที่ผู้ใช้ได้รับจริง ในพูลหนึ่ง มากกว่าจะทำให้ราคาตลาดของเหรียญทั้งระบบเปลี่ยนอย่างถาวร หลังจากนั้น Arbitrage Bot อาจเข้ามาปรับราคาใน DEX ให้กลับมาใกล้กับตลาดอื่น

แต่ในช่วงที่สภาพคล่องต่ำหรือมีคำสั่งขนาดใหญ่ MEV อาจสร้างความผันผวนระยะสั้น ทำให้กราฟในพูลแกว่งแรง เพิ่มค่า Gas และทำให้ผู้ใช้หลายรายได้รับราคาที่แย่ลงพร้อมกัน นี่เป็นเหตุผลที่ควรดูทั้งราคาหน้าจอ สภาพคล่อง Price Impact และจำนวนเหรียญขั้นต่ำที่จะได้รับ ไม่ใช่ดูเพียงราคาตลาดล่าสุด

MEV แบบบล็อกเชนพบได้ชัดในตลาด On-chain และ DEX หากคุณยังแยกสองระบบไม่ชัด แนะนำให้อ่าน CEX กับ DEX ต่างกันอย่างไร เพราะตลาดแบบรวมศูนย์ใช้สมุดคำสั่งและระบบจัดลำดับภายในของผู้ให้บริการ จึงไม่ได้มี Public Mempool ในรูปแบบเดียวกับ DEX

จะตรวจได้อย่างไรว่าธุรกรรมอาจถูก Sandwich?

วิธีตรวจสอบที่ใช้งานได้จริงคือบันทึกข้อมูลก่อนกด Swap และนำไปเทียบกับผลลัพธ์บน Block Explorer อย่าดูเฉพาะข้อความว่า “ธุรกรรมสำเร็จ” เพราะธุรกรรมสามารถสำเร็จได้ แม้คุณจะได้รับราคาใกล้ขอบ Slippage ที่ตั้งไว้

  • บันทึกจำนวนเหรียญที่ระบบประมาณว่าจะได้รับ
  • ดูค่า Minimum received หรือจำนวนต่ำสุดที่ยอมรับ
  • ตรวจจำนวนเหรียญที่ได้รับจริงจาก Transaction Receipt
  • ดูธุรกรรมก่อนและหลังคุณในบล็อกเดียวกัน โดยเฉพาะรายการที่เข้าพูลเดียวกัน
  • สังเกตว่ามีที่อยู่หนึ่งซื้อสินทรัพย์ก่อนคุณและขายกลับทันทีหลังคุณหรือไม่

รูปแบบซื้อก่อน–ธุรกรรมผู้ใช้–ขายหลังในพูลเดียวกันเป็นสัญญาณของ Sandwich Attack แต่ไม่ควรสรุปจากลำดับเพียงอย่างเดียว ต้องดูเส้นทาง Swap ที่อยู่สัญญา จำนวนสินทรัพย์ และกำไรสุทธิประกอบกัน เพราะบางรายการอาจเป็น Arbitrage ปกติหรือธุรกรรมที่รวมผ่าน Router เดียวกัน

ลดความเสี่ยงจาก MEV ตอนเทรดคริปโตได้อย่างไร?

1. อย่าตั้ง Slippage สูงกว่าที่จำเป็น

Slippage ที่สูงช่วยให้ธุรกรรมผ่านง่ายขึ้น แต่ก็เปิดพื้นที่ให้ราคาถูกดันไปในทางที่เสียเปรียบมากขึ้น ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกเหรียญ เพราะต้องพิจารณาความผันผวน สภาพคล่อง ค่าธรรมเนียมของโทเคน และขนาดคำสั่งร่วมกัน

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเริ่มจากค่าต่ำที่ธุรกรรมมีโอกาสสำเร็จ และเพิ่มเฉพาะเมื่อเข้าใจสาเหตุที่ต้องเพิ่ม หากระบบแนะนำ Slippage สูงผิดปกติ ควรตรวจว่าเหรียญมีค่าธรรมเนียมการโอนหรือพูลมีสภาพคล่องต่ำหรือไม่

2. ตรวจ Price Impact ก่อนยืนยัน

หากคำสั่งของคุณทำให้ราคาขยับมาก แสดงว่าขนาดคำสั่งใหญ่เมื่อเทียบกับสภาพคล่อง ลองเปรียบเทียบพูลอื่น เส้นทางอื่น หรือแบ่งคำสั่งเป็นส่วนเล็กลง อย่างไรก็ตาม การแบ่งหลายรายการอาจเพิ่มค่า Gas และเปิดเผยรูปแบบการซื้อขายต่อเนื่อง จึงต้องเปรียบเทียบต้นทุนทั้งหมด ไม่ใช่ดูเพียงเปอร์เซ็นต์ Price Impact

3. ใช้ Limit Order หรือคำสั่งแบบกำหนดราคาเมื่อรองรับ

Limit Order ช่วยกำหนดว่าคุณยอมซื้อหรือขายที่ราคาใด แทนการยอมรับราคาตามพูลในทันที แต่ต้องตรวจสอบวิธีทำงานของแพลตฟอร์ม เพราะบางระบบเก็บคำสั่งไว้นอกเชนก่อนส่งมาชำระบัญชี และยังอาจมีความเสี่ยงด้านการจัดลำดับในขั้นตอนดำเนินการจริง

4. พิจารณา Private Transaction หรือระบบป้องกัน MEV

เครื่องมือบางประเภทส่งธุรกรรมผ่านช่องทางส่วนตัวแทน Public Mempool ทำให้บอตทั่วไปมองไม่เห็นคำสั่งก่อนถูกบันทึก ตัวอย่างเช่น Flashbots Protect ระบุว่าธุรกรรมจะถูกส่งไปยัง Private Mempool เพื่อลดความเสี่ยงจาก Front-running และ Sandwich Bot

อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มี MEV ทุกประเภท ผู้ใช้ยังต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของ RPC ผู้ให้บริการ ความเป็นส่วนตัว ระยะเวลารอ และความเสี่ยงที่ธุรกรรมอาจไม่ถูกนำเข้าไปในบล็อกตามที่คาด

5. หลีกเลี่ยงพูลบางและช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรง

พูลที่มีสภาพคล่องสูงมักรองรับคำสั่งได้มากกว่าโดยสร้าง Price Impact น้อยกว่า หากไม่จำเป็นต้องรีบ การรอให้ตลาดนิ่งหรือเลือกช่วงที่มีสภาพคล่องมากขึ้นอาจช่วยลดทั้ง Slippage และโอกาสที่คำสั่งจะมีมูลค่ามากพอให้บอตเข้ามาประกบ

ก่อนกด Swap ควรเช็กอะไรบ้าง?

เช็กลิสต์สั้นๆ ที่ใช้ได้กับ

คำถามที่พบบ่อย

MEV ทำให้ผู้ใช้ Swap คริปโตเสียเงินได้อย่างไร

MEV อาจทำให้ธุรกรรมถูกจัดลำดับใหม่จนราคาขยับก่อนคำสั่ง Swap ของผู้ใช้จะถูกยืนยัน ส่งผลให้ได้รับเหรียญน้อยลงหรือจ่ายแพงกว่าราคาที่เห็นตอนกดทำรายการ โดยเฉพาะคู่เหรียญที่มีสภาพคล่องต่ำหรือกำหนดค่า Slippage ไว้สูง

Sandwich Attack คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ MEV อย่างไร

Sandwich Attack คือการที่บอตส่งคำสั่งซื้อก่อนธุรกรรมของเหยื่อเพื่อดันราคา แล้วขายทันทีหลังธุรกรรมของเหยื่อถูกดำเนินการ ผู้ใช้จึงซื้อในราคาที่แพงขึ้น ส่วนบอตได้กำไรจากส่วนต่างราคาและค่า Slippage ของคำสั่งนั้น

มีวิธีลดความเสี่ยงจาก MEV ตอนเทรดบน DEX หรือไม่

ควรกำหนด Slippage ให้ต่ำเท่าที่เหมาะสม เลือกคู่เหรียญที่มีสภาพคล่องสูง และหลีกเลี่ยงการ Swap จำนวนมากในธุรกรรมเดียว นอกจากนี้สามารถใช้ DEX หรือบริการส่งธุรกรรมแบบป้องกัน MEV ซึ่งช่วยลดโอกาสที่คำสั่งจะถูกบอตตรวจพบและแทรกธุรกรรมได้

เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต

ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ติดตาม: Facebook · YouTube

บทความที่เกี่ยวข้อง


CRYPTOLIBRARIE.COM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.