Disclaimer : เราไม่ใช่เว็บไซต์ที่แนะนำหรือชักชวนในการลงทุน ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการชักชวนในการลงทุนใด ๆ การลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้ คุณไม่ควรยึดถือว่าเป็นคำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย การลงทุน หรือเป็นคำแนะนำว่าการลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อธิบายไว้นั้นเหมาะสำหรับคุณและนักลงทุน

หุ้นกู้ Corporate Bond คืออะไร ต่างจากพันธบัตรรัฐบาลอย่างไร

หุ้นกู้ Corporate Bond คืออะไร ต่างจากพันธบัตรรัฐบาลอย่างไร

หุ้นกู้ (Corporate Bond) คือ ตราสารหนี้ที่บริษัทเอกชนออกเพื่อกู้เงินจากผู้ลงทุน โดยคุณมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ของบริษัทและมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยกับเงินต้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ส่วนพันธบัตรรัฐบาลคือการให้ภาครัฐกู้เงิน ความต่างสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่ ผู้ออกตราสารและระดับความเสี่ยงในการชำระหนี้ โดยหุ้นกู้มักให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่บริษัทอาจชำระหนี้ไม่ได้ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยมักมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่า แต่ก็ยังมีความเสี่ยงด้านราคาหากขายก่อนครบกำหนดเช่นกัน :contentReference[oaicite:0]{index=0}

Clean financial desk with generic bond documents, calculator and government building silhouette, no text, no logos, no characters

หุ้นกู้ Corporate Bond คืออะไร และผู้ลงทุนได้อะไรบ้าง

ลองนึกภาพว่าบริษัทต้องการเงินไปขยายโรงงาน ลงทุนโครงการใหม่ หรือปรับโครงสร้างหนี้ บริษัทอาจเลือกกู้จากธนาคาร หรือออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินจากนักลงทุนหลายรายก็ได้ เมื่อคุณซื้อหุ้นกู้ คุณไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเหมือนผู้ถือหุ้น แต่เป็นผู้ให้บริษัทกู้เงินตามระยะเวลาที่กำหนด

ผลตอบแทนหลักของหุ้นกู้มักมาจาก ดอกเบี้ยหน้าตั๋ว หรือ Coupon ซึ่งอาจจ่ายทุก 3 เดือน 6 เดือน หรือปีละครั้ง และเมื่อครบกำหนด บริษัทจะคืนเงินต้นตามมูลค่าที่ตราไว้ หากผู้ออกหุ้นกู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ครบ คุณจะได้รับกระแสเงินสดตามแผนที่ประกาศไว้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ดอกเบี้ยคงที่” ไม่ได้แปลว่าเงินต้นปลอดภัยเสมอไป เพราะบริษัทอาจมีปัญหาสภาพคล่อง ผลประกอบการแย่ลง หรือไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ หุ้นกู้จึงไม่ใช่เงินฝาก และไม่ได้มีการคุ้มครองเงินต้นแบบเดียวกับเงินฝากธนาคาร :contentReference[oaicite:1]{index=1}

พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร

พันธบัตรรัฐบาลคือ ตราสารหนี้ที่ภาครัฐออกเพื่อระดมเงินไปใช้ตามภารกิจของประเทศ เช่น การบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือการจัดการหนี้สาธารณะ ในประเทศไทย ตราสารหนี้ภาครัฐที่ประชาชนคุ้นเคย ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรออมทรัพย์ และตั๋วเงินคลัง

จุดเด่นของพันธบัตรรัฐบาลคือผู้กู้คือภาครัฐ ไม่ใช่บริษัทเอกชน จึงมักถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าหุ้นกู้ทั่วไป โดยเฉพาะหากถือจนถึงวันครบกำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาพันธบัตรจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดขยับ ราคาตราสารหนี้ในตลาดรองก็อาจขึ้นหรือลงได้ :contentReference[oaicite:2]{index=2}

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มวางแผนพอร์ต ควรแยกให้ชัดว่าพันธบัตรรัฐบาลไม่ใช่หุ้นกู้ และหุ้นกู้ก็ไม่ใช่หุ้นสามัญ เพราะสินทรัพย์ทั้ง 3 แบบให้ผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิของผู้ถือแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

หุ้นกู้ต่างจากพันธบัตรรัฐบาลยังไง

ประเด็นเปรียบเทียบ หุ้นกู้ Corporate Bond พันธบัตรรัฐบาล
ผู้ออกตราสาร บริษัทเอกชน ภาครัฐหรือกระทรวงการคลัง
ความเสี่ยงด้านเครดิต ขึ้นกับฐานะการเงินและความสามารถชำระหนี้ของบริษัท โดยทั่วไปต่ำกว่าหุ้นกู้เอกชนในสกุลเงินท้องถิ่น
ผลตอบแทน มักสูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยง มักต่ำกว่าเมื่อมีอายุใกล้เคียงกัน
ข้อมูลที่ต้องวิเคราะห์ งบการเงิน เครดิตเรตติ้ง ธุรกิจ หลักประกัน และเงื่อนไขสิทธิ อายุตราสาร อัตราดอกเบี้ย ภาวะดอกเบี้ย และสภาพคล่องตลาด
ความเหมาะสม ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงของผู้ออกได้และศึกษารายละเอียดได้จริง ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงด้านเครดิตในพอร์ตตราสารหนี้

ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดคือ “พันธบัตรรัฐบาลปลอดภัยกว่า จึงดีกว่าเสมอ” หรือ “หุ้นกู้ดอกเบี้ยสูงกว่า จึงคุ้มกว่าเสมอ” ความจริงคือไม่มีคำตอบเดียว เพราะสิ่งที่คุณต้องเทียบคือ ผลตอบแทนหลังหักความเสี่ยง และความจำเป็นต้องใช้เงินของตัวเอง

ดอกเบี้ยหุ้นกู้สูงกว่า แปลว่าควรเลือกหุ้นกู้ไหม

ไม่จำเป็น ลองดูตัวอย่างสมมติง่าย ๆ หากคุณมีเงิน 100,000 บาท และกำลังเลือกตราสารอายุ 3 ปี 2 แบบ

  • พันธบัตรรัฐบาลให้ดอกเบี้ย 2.20% ต่อปี
  • หุ้นกู้บริษัทเอกชนให้ดอกเบี้ย 4.80% ต่อปี

ในเชิงตัวเลข หุ้นกู้ให้ดอกเบี้ยมากกว่าปีละ 2,600 บาทก่อนหักภาษี แต่ส่วนต่างนี้คือค่าชดเชยที่ตลาดให้สำหรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ความเสี่ยงที่เครดิตเรตติ้งถูกปรับลด ธุรกิจสะดุด หรือบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้

ดังนั้น เวลาคุณเห็นหุ้นกู้ดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดมาก อย่าเพิ่งมองว่าเป็นดีลพิเศษ ให้ตั้งคำถามก่อนว่า “ตลาดกำลังให้ผลตอบแทนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงอะไร” ก.ล.ต. ระบุชัดว่าหุ้นกู้ที่เครดิตเรตติ้งต่ำกว่าหรือไม่มีเรตติ้งมักมีความเสี่ยงผิดนัดชำระสูงขึ้น และผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ลบความเสี่ยงของการสูญเสียเงินต้น :contentReference[oaicite:3]{index=3}

ความเสี่ยงของหุ้นกู้ที่ต้องดูให้ครบ

หุ้นกู้ไม่ได้เสี่ยงแค่เรื่องบริษัท “เจ๊งหรือไม่เจ๊ง” แต่มีรายละเอียดที่ควรอ่านก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อคุณตั้งใจนำเงินก้อนสำคัญไปลงทุน

  • ความเสี่ยงผิดนัดชำระ: บริษัทอาจจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นไม่ได้ตามกำหนด
  • ความเสี่ยงจากเครดิตเรตติ้ง: เครดิตเรตติ้งสะท้อนมุมมองเรื่องความสามารถชำระหนี้ แต่ไม่ใช่การรับประกัน และสามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: หากต้องขายก่อนครบกำหนด อาจไม่มีผู้ซื้อ หรือขายได้ต่ำกว่าราคาที่คาด
  • ความเสี่ยงด้านราคา: เมื่อดอกเบี้ยตลาดสูงขึ้น ราคาตราสารหนี้เดิมมักลดลง
  • ความเสี่ยงจากเงื่อนไขพิเศษ: หุ้นกู้ด้อยสิทธิ หุ้นกู้ไม่มีวันครบกำหนด หรือหุ้นกู้ที่ผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด มีความซับซ้อนมากกว่าหุ้นกู้ทั่วไป

หุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตระดับ Investment Grade ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง เพียงมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าหุ้นกู้ระดับเก็งกำไรโดยเปรียบเทียบ ผู้ลงทุนควรดูทั้งอันดับเครดิต แนวโน้มอันดับเครดิต และข้อมูลธุรกิจของบริษัทไปพร้อมกัน :contentReference[oaicite:4]{index=4}

Generic bond risk assessment concept with magnifying glass, financial charts and balanced scales, no text, no logos, no characters

ก่อนซื้อหุ้นกู้ ต้องเช็กอะไรบ้าง

ในทางปฏิบัติ อย่าเริ่มจากคำถามว่า “ดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์” แต่ให้เริ่มจากเช็กลิสต์นี้ก่อน เพราะช่วยลดโอกาสตัดสินใจจากตัวเลขผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว

  • บริษัทผู้ออกคือใคร: อย่าดูแค่ธนาคารหรือโบรกเกอร์ที่เสนอขาย เพราะผู้ขายอาจเป็นเพียงตัวกลาง ต้องดูว่าบริษัทใดเป็นผู้มีภาระชำระหนี้จริง
  • เครดิตเรตติ้งเท่าไร: ดูว่าเป็นเรตติ้งของผู้ออกหรือของหุ้นกู้รุ่นนั้น และตรวจวันที่อัปเดตล่าสุด
  • อายุหุ้นกู้นานแค่ไหน: ยิ่งถือยาว ยิ่งต้องรับความไม่แน่นอนของธุรกิจและดอกเบี้ยในอนาคตมากขึ้น
  • มีหลักประกันหรือไม่: มีหลักประกันไม่ได้หมายความว่าจะได้เงินคืนครบเสมอ แต่ช่วยให้เห็นลำดับสิทธิและสินทรัพย์รองรับมากขึ้น
  • เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่: ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิมีลำดับการได้รับชำระหนี้ต่ำกว่าเจ้าหนี้สามัญ
  • มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดหรือไม่: หากบริษัทเรียกคืนก่อนกำหนด คุณอาจต้องนำเงินไปหาการลงทุนใหม่ในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม

เอกสารสำคัญที่ควรอ่านคือหนังสือชี้ชวน แบบสรุปข้อมูลสำคัญ และข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกหน้าแบบนักวิเคราะห์มืออาชีพ แต่ต้องหาให้เจอว่าเงินที่ระดมทุนจะถูกใช้ไปกับอะไร บริษัทมีหนี้มากแค่ไหน และคุณอยู่ลำดับไหนหากเกิดเหตุผิดนัดชำระ

ก.ล.ต. แนะนำให้พิจารณาเครดิตเรตติ้ง ประเภทหุ้นกู้ ลักษณะธุรกิจของผู้ออก หลักประกัน อายุหุ้นกู้ และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ร่วมกัน ไม่ควรเลือกจากดอกเบี้ยเพียงตัวเดียว อ่าน “7 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้” จาก ก.ล.ต. ได้โดยตรง :contentReference[oaicite:5]{index=5}

Coupon กับ YTM ต่างกันอย่างไร

อีกจุดที่คนเริ่มลงทุนมักสับสนคือ Coupon กับ Yield to Maturity หรือ YTM Coupon คืออัตราดอกเบี้ยที่หุ้นกู้หรือพันธบัตรกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น แต่ YTM คือผลตอบแทนโดยประมาณที่คุณจะได้รับหากซื้อในราคาปัจจุบันและถือจนครบกำหนด

ตัวอย่างเช่น หุ้นกู้ Coupon 4% อาจถูกขายต่อในตลาดรองที่ราคาแพงกว่าหรือถูกกว่ามูลค่าหน้าตั๋ว ผลตอบแทนจริงของคนที่ซื้อวันนี้จึงอาจไม่ใช่ 4% เสมอไป การเปรียบเทียบตราสารหนี้หลายรุ่นจึงควรดู YTM ควบคู่กับอายุคงเหลือและความเสี่ยงของผู้ออก ไม่ใช่ดู Coupon อย่างเดียว :contentReference[oaicite:6]{index=6}

หลักนี้เชื่อมโยงกับการทำความเข้าใจเรื่อง ดอกเบี้ยทบต้น เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับระหว่างทางจะสร้างผลลัพธ์ต่างกันมาก หากคุณนำไปลงทุนต่ออย่างมีวินัย

หุ้นกู้เหมาะกับใคร และพันธบัตรรัฐบาลเหมาะกับใคร

พันธบัตรรัฐบาลอาจเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงด้านเครดิต ต้องการกำหนดกระแสเงินสดคร่าว ๆ ได้ และยอมรับผลตอบแทนที่อาจต่ำกว่าหุ้นกู้เอกชนในช่วงอายุใกล้เคียงกัน

ส่วนหุ้นกู้อาจอยู่ในแผนของคนที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้น มีเวลาศึกษาฐานะการเงินของผู้ออก และไม่ใช้เงินก้อนนั้นเป็นเงินฉุกเฉิน สิ่งสำคัญคือไม่ควรนำเงินสำรองทั้งหมดไปลงหุ้นกู้เพียงบริษัทเดียว เพราะหากเกิดปัญหา ความเสียหายจะกระจุกตัวทันที

ก่อนลงทุน ควรจัด เงินสำรองฉุกเฉิน ให้พร้อม แยกเงินที่ต้องใช้ในระยะสั้นออกจากเงินลงทุน และกระจายความเสี่ยงตามเป้าหมายของตัวเอง แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับการวางแผน ลงทุนแบบ DCA และการเลือกสินทรัพย์หลายประเภทในพอร์ต

สรุป: อย่าเลือกจากคำว่า “ดอกเบี้ยสูง” เพียงอย่างเดียว

หุ้นกู้ Corporate Bond และพันธบัตรรัฐบาลต่างเป็นตราสารหนี้ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดจากดอกเบี้ย แต่สิ่งที่แลกกันคือระดับความเสี่ยง หุ้นกู้ให้บริษัทเอกชนกู้เงิน จึงต้องวิเคราะห์ความสามารถชำระหนี้ของบริษัทอย่างจริงจัง ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าโดยทั่วไป แต่ก็อาจมีความผันผวนของราคาหากขายก่อนครบกำหนด

วิธีเริ่มต้นที่นำไปใช้ได้จริงคือ เลือกตราสารที่เข้าใจได้ก่อน อ่านเงื่อนไขจนรู้ว่าใครเป็นผู้ออก เงินจะคืนเมื่อไร และคุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน จากนั้นจึงเปรียบเทียบผลตอบแทนกับความเสี่ยง ไม่ใช่ไล่ตามตัวเลขดอกเบี้ยสูงสุดในตลาด

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม: ThaiBMA: พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร และ ThaiBMA: วิธีคำนวณราคาและผลตอบแทนตราสารหนี้

คำถามที่พบบ่อย

หุ้นกู้กับหุ้นบริษัทเดียวกัน แบบไหนเสี่ยงกว่ากัน

โดยหลัก หุ้นกู้และหุ้นสามัญมีความเสี่ยงคนละรูปแบบ ผู้ถือหุ้นกู้เป็นเจ้าหนี้และมีสิทธิเรียกร้องชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้นหากบริษัทเลิกกิจการ แต่ยังมีความเสี่ยงผิดนัดชำระอยู่ ส่วนผู้ถือหุ้นรับความผันผวนจากผลประกอบการและราคาหุ้นมากกว่า แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าได้เช่นกัน :contentReference[oaicite:7]{index=7}

ซื้อหุ้นกู้ผ่านธนาคาร แปลว่าธนาคารรับประกันเงินต้นหรือไม่

ไม่เสมอไป ธนาคารอาจทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหรือช่องทางเสนอขาย แต่ผู้ลงทุนต้องดูว่าบริษัทใดเป็นผู้ออกหุ้นกู้และเป็นผู้มีหน้าที่ชำระหนี้ การซื้อผ่านสถาบันการเงินไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงของบริษัทผู้ออกหายไป :contentReference[oaicite:8]{index=8}

หากถือหุ้นกู้จนหมดอายุ จะได้เงินต้นคืนแน่นอนไหม

จะได้รับเงินต้นคืนก็ต่อเมื่อผู้ออกหุ้นกู้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด การถือจนครบอายุช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาดรอง แต่ไม่สามารถตัดความเสี่ยงผิดนัดชำระของบริษัทออกไปได้

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต

ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ติดตาม: Facebook · YouTube

บทความที่เกี่ยวข้อง

CRYPTOLIBRARIE.COM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.