CBDC หรือ Central Bank Digital Currency คือเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง มีมูลค่าตามสกุลเงินทางการของประเทศ และเป็นหนี้สินของธนาคารกลางโดยตรง เช่น หากมี Retail CBDC ของไทย ก็จะมีมูลค่าเป็นเงินบาท ไม่ใช่เหรียญคริปโตที่ราคาแกว่งตามตลาด และไม่ใช่เงินฝากในบัญชีธนาคารพาณิชย์
CBDC จึงควรมองเป็น “เงินธนาคารกลางในรูปแบบดิจิทัล” มากกว่าสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร จุดสำคัญที่คนมักเข้าใจผิดคือ การมีข่าวทดลอง CBDC ไม่ได้แปลว่าประชาชนสามารถซื้อขาย ลงทุน หรือสมัครใช้เงินบาทดิจิทัลอย่างเป็นทางการได้ทันที

CBDC คืออะไร และต่างจากเงินในบัญชีอย่างไร
ในระบบการเงินปัจจุบัน เงินมีหลายรูปแบบ ธนบัตรและเหรียญเป็นเงินที่ออกโดยธนาคารกลาง ส่วนเงินในบัญชีธนาคารคือเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์รับผิดชอบ
CBDC คือแนวคิดที่จะทำให้เงินของธนาคารกลางอยู่ในรูปแบบดิจิทัลและนำไปใช้ชำระเงินได้ โดยรูปแบบการเข้าถึง การยืนยันตัวตน และบทบาทของธนาคารพาณิชย์จะขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละประเทศ
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ BIS อธิบายว่า CBDC เป็นหนี้สินโดยตรงของธนาคารกลาง ขณะที่เงินฝากและเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนี้สินของผู้ออกเงินในภาคเอกชนหรือสถาบันการเงิน
CBDC มีกี่ประเภท
1. Retail CBDC สำหรับประชาชนและธุรกิจ
Retail CBDC คือ CBDC ที่ออกแบบให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้ชำระเงินในชีวิตประจำวัน เช่น ซื้อสินค้า โอนเงิน หรือจ่ายค่าบริการ จึงมักถูกเปรียบเทียบกับเงินสดในรูปแบบดิจิทัล
การออกแบบอาจให้ผู้ใช้เข้าถึงผ่าน Wallet หรือผู้ให้บริการทางการเงินที่ได้รับอนุญาต แต่รายละเอียด เช่น วงเงินถือครอง ค่าธรรมเนียม การใช้งานออฟไลน์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แตกต่างกันได้ในแต่ละประเทศ
2. Wholesale CBDC สำหรับสถาบันการเงิน
Wholesale CBDC มีเป้าหมายหลักสำหรับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน ใช้ในการชำระราคา ส่งมอบสินทรัพย์ หรือธุรกรรมระหว่างสถาบันมากกว่าการซื้อกาแฟหรือโอนเงินระหว่างบุคคลทั่วไป
รูปแบบนี้อาจช่วยให้การชำระเงินระหว่างสถาบันมีประสิทธิภาพขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมที่ต้องการให้เงินและสินทรัพย์ส่งมอบพร้อมกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
CBDC ต่างจากคริปโต Stablecoin และพร้อมเพย์อย่างไร
แม้ทั้งหมดอยู่ในโลกการเงินดิจิทัล แต่โครงสร้าง ผู้รับผิดชอบ และความเสี่ยงแตกต่างกันมาก การแยกให้ออกช่วยลดโอกาสเชื่อข่าวหรือคำชวนลงทุนผิดประเภท
- CBDC: เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางและอิงมูลค่ากับสกุลเงินทางการ
- คริปโทเคอร์เรนซี: สินทรัพย์ดิจิทัลที่ราคาเปลี่ยนแปลงตามอุปสงค์ อุปทาน และความคาดหวังของตลาด
- Stablecoin: โทเคนภาคเอกชนที่พยายามรักษามูลค่าให้อิงกับเงินสกุลหนึ่งหรือสินทรัพย์อื่น โดยต้องดูผู้ออก เงินสำรอง และกลไกการรักษามูลค่า
- เงินฝากธนาคาร: เงินที่ผู้ฝากมีสิทธิเรียกร้องต่อธนาคารพาณิชย์ ไม่ใช่เงินของธนาคารกลางโดยตรง
- พร้อมเพย์: ระบบที่ช่วยโอนเงินฝากระหว่างบัญชีได้สะดวก ไม่ใช่สกุลเงินใหม่
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ CBDC คือการเปลี่ยน “รูปแบบของเงินธนาคารกลาง” ให้ใช้ในโลกดิจิทัล ขณะที่พร้อมเพย์ช่วยให้เงินฝากที่มีอยู่แล้วเคลื่อนย้ายเร็วขึ้น ส่วน Stablecoin และคริปโตมีโครงสร้างความเสี่ยงอีกแบบหนึ่ง คุณสามารถอ่านต่อเรื่อง Stablecoin คืออะไร เพื่อเปรียบเทียบกับ CBDC ได้ชัดขึ้น

CBDC จำเป็นต้องใช้บล็อกเชนหรือไม่
ไม่จำเป็น CBDC สามารถออกแบบบนเทคโนโลยีหลายรูปแบบ ทั้งระบบฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ ระบบบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ หรือ Distributed Ledger Technology: DLT และโครงสร้างผสมระหว่างหลายระบบ
คำว่า CBDC จึงไม่ได้แปลว่าเป็นคริปโตเคอร์เรนซี หรือเป็นระบบกระจายศูนย์เหมือน Bitcoin เสมอไป ธนาคารกลางอาจเลือกเทคโนโลยีตามความเร็ว ความปลอดภัย ต้นทุน ความสามารถในการรองรับผู้ใช้ และข้อกำหนดด้านกฎหมาย
สิ่งที่สำคัญกว่าคำว่า “ใช้บล็อกเชนหรือไม่” คือระบบรองรับธุรกรรมได้จริงหรือเปล่า ปกป้องข้อมูลผู้ใช้ได้แค่ไหน และยังทำงานได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุขัดข้องหรือไม่
CBDC มีข้อดีอะไรบ้าง
หากออกแบบอย่างเหมาะสม CBDC อาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการชำระเงิน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินสร้างบริการใหม่ได้
- เพิ่มทางเลือกในการชำระเงิน: ประชาชนอาจเข้าถึงเงินธนาคารกลางในรูปดิจิทัลได้
- ลดต้นทุนบางส่วนของระบบ: การออกแบบที่ดีอาจช่วยให้กระบวนการชำระเงินมีประสิทธิภาพขึ้น
- รองรับนวัตกรรม: ระบบสามารถออกแบบให้ชำระเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ในบางกรณี
- ส่งเสริมการเข้าถึงบริการการเงิน: อาจช่วยกลุ่มที่เข้าถึงบัญชีธนาคารหรือบริการทางการเงินได้ยาก
- พัฒนาการชำระเงินข้ามพรมแดน: Wholesale CBDC อาจช่วยลดขั้นตอนและเวลาในบางรูปแบบธุรกรรมระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์เหล่านี้ไม่เกิดขึ้นเองเพียงเพราะมี CBDC ระบบต้องออกแบบให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย ต้นทุนเหมาะสม และรองรับคนที่ไม่มีสมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตได้ด้วย
ความเสี่ยงและข้อกังวลของ CBDC
CBDC ไม่ได้มีแต่ข้อดี เพราะการออกแบบผิดจังหวะหรือไม่รัดกุมอาจกระทบเสถียรภาพการเงิน ความเป็นส่วนตัว และความเชื่อมั่นต่อระบบชำระเงินได้
ความเสี่ยงต่อเงินฝากธนาคารพาณิชย์
หากประชาชนย้ายเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ไปถือ Retail CBDC จำนวนมาก ธนาคารอาจมีแหล่งเงินทุนสำหรับปล่อยสินเชื่อลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกังวลและคนต้องการย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่มองว่าปลอดภัยกว่า
IMF ระบุว่า CBDC อาจเพิ่มการแข่งขันด้านเงินฝาก และในภาวะตลาดตึงตัวอาจเพิ่มความเสี่ยงของการย้ายเงินฝากไปสู่สินทรัพย์ที่ถูกมองว่าปลอดภัยกว่า
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
เงินสดมีความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง แต่การชำระเงินดิจิทัลทิ้งร่องรอยข้อมูลไว้ CBDC จึงต้องหาสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน และการบังคับใช้กฎหมาย
คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “รัฐเห็นข้อมูลได้หรือไม่” แต่รวมถึงใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง เก็บข้อมูลนานแค่ไหน และมีกลไกป้องกันการใช้ข้อมูลเกินวัตถุประสงค์หรือไม่
ความเสี่ยงด้านไซเบอร์และการเข้าถึง
ระบบ CBDC ต้องรองรับการใช้งานจำนวนมากและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ หากระบบล่มหรือถูกโจมตี ผลกระทบอาจเกิดกับผู้ใช้ในวงกว้าง
อีกประเด็นคือการเข้าถึงของผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร CBDC ที่ดีจึงต้องไม่ทิ้งคนกลุ่มเหล่านี้ไว้ข้างหลัง
สถานะ CBDC ในประเทศไทยล่าสุด
ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT ศึกษา CBDC ทั้งระดับ Wholesale และ Retail มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการนำร่อง Retail CBDC ที่ทดสอบธุรกรรมมูลค่าจริงในวงจำกัดกับผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้ใช้งาน และร้านค้าที่ได้รับคัดเลือก
รายงานสรุปผลโครงการนำร่องของ BOT เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2024 ระบุว่า BOT ยังไม่มีแผนออก Retail CBDC อย่างเป็นทางการในระยะใกล้ แต่จะนำบทเรียนด้านการออกแบบเทคโนโลยีและระบบชำระเงินไปใช้ต่อยอดการศึกษาในอนาคต อ่านรายงานสรุป Retail CBDC Pilot จาก BOT
ดังนั้น หากพบโฆษณาหรือข้อความที่อ้างว่าเปิดให้ประชาชนซื้อขาย ลงทุน หรือสมัครใช้ “เงินบาท CBDC” เพื่อหวังผลตอบแทน ควรหยุดตรวจสอบก่อนเสมอ เพราะ CBDC ไม่ได้ออกแบบมาเป็นสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร และควรตรวจข้อมูลจาก หน้า CBDC ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยตรง
CBDC จะมาแทนเงินสด พร้อมเพย์ หรือคริปโตหรือไม่
ในระยะใกล้ CBDC ไม่ได้หมายความว่าเงินสดจะหายไป พร้อมเพย์จะถูกยกเลิก หรือคริปโตจะถูกแทนที่ เพราะแต่ละระบบตอบโจทย์คนละด้าน
เงินสดยังมีประโยชน์ด้านการเข้าถึงและการใช้งานทั่วไป พร้อมเพย์ช่วยให้เงินฝากธนาคารเคลื่อนย้ายสะดวก ส่วนคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลมีบทบาทเฉพาะในตลาดที่มีความเสี่ยงและโครงสร้างต่างจากเงินทางการ
CBDC จึงควรมองเป็นหนึ่งในทางเลือกของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน ไม่ใช่คำตอบเดียวของเศรษฐกิจดิจิทัล และไม่ควรสรุปว่าเทคโนโลยีที่ใช้เงินดิจิทัลทุกแบบเป็นสิ่งเดียวกัน คุณสามารถอ่านต่อเรื่อง Web3 คืออะไร เพื่อแยกภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนออกจากเงินที่ออกโดยธนาคารกลางได้ชัดเจนขึ้น
สรุป: CBDC คือเงิน ไม่ใช่สินทรัพย์เก็งกำไร
CBDC คือเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง มีมูลค่าตามสกุลเงินทางการ และแตกต่างจากคริปโต Stablecoin เงินฝากธนาคาร และระบบโอนเงินทันทีอย่างพร้อมเพย์
แม้ CBDC อาจเพิ่มประสิทธิภาพและทางเลือกของระบบชำระเงิน แต่ยังมีโจทย์สำคัญเรื่องเสถียรภาพการเงิน ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยไซเบอร์ และการเข้าถึงของประชาชน สำหรับคนทั่วไป สิ่งที่ทำได้ทันทีคือแยกข้อมูลให้ชัด และไม่หลงเชื่อคำชวนที่อ้างว่า CBDC เป็นเหรียญลงทุนหรือช่องทางทำกำไร
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานทางการและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
CBDC ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรได้หรือไม่
โดยหลัก CBDC มีมูลค่าตามสกุลเงินทางการของประเทศ จึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงเหมือนคริปโทเคอร์เรนซี หากพบคำชวนให้ซื้อ CBDC เพื่อเก็งกำไร ควรตรวจสอบข้อมูลกับธนาคารกลางหรือหน่วยงานกำกับดูแลก่อนเสมอ
CBDC ใช้บล็อกเชนเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป CBDC สามารถออกแบบด้วยเทคโนโลยีหลายรูปแบบ รวมถึงฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ ระบบ DLT หรือโครงสร้างผสม การเลือกเทคโนโลยีขึ้นอยู่กับเป้าหมายด้านความปลอดภัย ความเร็ว ต้นทุน และกฎหมายของแต่ละประเทศ
ประเทศไทยเปิดใช้ Retail CBDC สำหรับประชาชนแล้วหรือยัง
จากข้อมูลที่ BOT เผยแพร่ในรายงานสรุปโครงการนำร่อง Retail CBDC วันที่ 11 เมษายน 2024 BOT ยังไม่มีแผนออก Retail CBDC อย่างเป็นทางการในระยะใกล้ โดยการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นการศึกษาและทดสอบในวงจำกัด ควรติดตามข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ BOT โดยตรง
เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต
ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน