Disclaimer : เราไม่ใช่เว็บไซต์ที่แนะนำหรือชักชวนในการลงทุน ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการชักชวนในการลงทุนใด ๆ การลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้ คุณไม่ควรยึดถือว่าเป็นคำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย การลงทุน หรือเป็นคำแนะนำว่าการลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อธิบายไว้นั้นเหมาะสำหรับคุณและนักลงทุน

เงินสำรองฉุกเฉิน ควรมีเท่าไหร่ เก็บที่ไหนดี

เงินสำรองฉุกเฉิน ควรมีเท่าไหร่ เก็บที่ไหนดี

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีอย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน โดยต้องเก็บไว้ในที่ที่ถอนใช้ได้เร็ว ความเสี่ยงต่ำ และไม่ต้องขายขาดทุนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เงินก้อนนี้มีไว้รับมือรายได้สะดุด ค่ารักษาเร่งด่วน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่ใช่เงินลงทุนระยะยาวและไม่ใช่งบซื้อของที่วางแผนไว้แล้ว

หลักคิดสำคัญคือ เงินสำรองฉุกเฉินไม่ได้วัดจากเงินเดือนอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า “หากรายได้หายไปวันนี้ คุณยังจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นและหนี้ต่อเดือนได้อีกกี่เดือน” ยิ่งรายได้ผันผวนหรือมีคนต้องดูแลมาก เป้าหมายเงินก้อนนี้ก็ควรสูงขึ้นตามไปด้วย

Person reviewing emergency fund budget with savings account and monthly expenses, no text

เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร และต่างจากเงินออมทั่วไปอย่างไร

เงินสำรองฉุกเฉิน คือเงินที่แยกไว้สำหรับเหตุจำเป็นจริง ๆ เพื่อให้คุณยังใช้ชีวิตและชำระภาระสำคัญได้ แม้รายได้ลดลง หยุดงานกะทันหัน หรือเจอค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในแผน

ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้มีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน พร้อมแยกบัญชีออกจากเงินใช้จ่ายปกติ เพื่อให้หยิบมาใช้ได้เมื่อจำเป็นจริง ดูแนวทางวางแผนการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย

ตัวอย่างของเหตุฉุกเฉินที่ควรใช้เงินก้อนนี้ ได้แก่ การตกงาน รายได้ฟรีแลนซ์ลดลง ค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินสิทธิ ค่าซ่อมรถเพื่อใช้ทำงาน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นของคนในครอบครัว

ในทางกลับกัน ค่าเที่ยวต่างประเทศ โทรศัพท์รุ่นใหม่ ค่าดาวน์รถ หรือค่าเรียนที่รู้กำหนดล่วงหน้าไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน เพราะเป็นเป้าหมายที่ควรแยกออมไว้ต่างหากตั้งแต่ต้น

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่

เกณฑ์ 3-6 เดือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว คุณควรคำนวณจากรายจ่ายที่ต้องจ่ายแม้ไม่มีรายได้ ไม่ใช่ใช้รายได้ทั้งเดือนเป็นฐาน

วิธีคำนวณเงินสำรองฉุกเฉิน

เริ่มจากรวมค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนและภาระหนี้ที่เลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าเช่าหรือผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าประกัน ค่าเลี้ยงดูครอบครัว และค่างวดหนี้ขั้นต่ำ

สูตรง่าย ๆ
เงินสำรองฉุกเฉินเป้าหมาย = รายจ่ายจำเป็นต่อเดือน + ภาระหนี้ต่อเดือน x จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง

ตัวอย่าง หากคุณมีรายจ่ายจำเป็น 24,000 บาทต่อเดือน และผ่อนหนี้ 6,000 บาทต่อเดือน ฐานค่าใช้จ่ายคือ 30,000 บาท เงินสำรองระดับ 3 เดือนเท่ากับ 90,000 บาท ส่วนระดับ 6 เดือนเท่ากับ 180,000 บาท

ใครอาจเหมาะกับเงินสำรอง 3 เดือน

  • มีงานประจำ: รายได้สม่ำเสมอและมีโอกาสหยุดชะงักต่ำ
  • ไม่มีภาระดูแลมาก: ไม่มีบุตรหรือสมาชิกครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลัก
  • มีสวัสดิการครอบคลุม: มีประกันสุขภาพหรือสวัสดิการรักษาพยาบาลเพียงพอ
  • หนี้ไม่สูง: สามารถลดรายจ่ายบางส่วนได้หากเกิดเหตุจำเป็น

ใครควรตั้งเป้าใกล้ 6 เดือนหรือมากกว่า

  • ฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการ: รายได้ขึ้นลงตามงาน ฤดูกาล หรือลูกค้า
  • รายได้พึ่งคอมมิชชัน: เงินเดือนไม่แน่นอนหรือมีช่วงรายได้ลดลงได้ง่าย
  • มีคนต้องดูแล: มีบุตร พ่อแม่ หรือภาระครอบครัวที่ลดไม่ได้ทันที
  • มีหนี้ผ่อนจำนวนมาก: เช่น บ้าน รถ หรือภาระสินเชื่อที่ต้องจ่ายตรงเวลา
  • กำลังเปลี่ยนงาน: มีโอกาสรายได้ขาดช่วงในระยะสั้น

การมีเงินสำรองเกิน 6 เดือนไม่ใช่เรื่องผิด โดยเฉพาะคนที่รายได้ไม่แน่นอน แต่เมื่อเงินสำรองถึงระดับที่เหมาะกับชีวิตแล้ว เงินส่วนเกินอาจนำไปวางแผนเป้าหมายอื่น เช่น ลงทุนระยะยาวหรือเกษียณได้

เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บที่ไหนดี

หัวใจของเงินฉุกเฉินไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุด แต่คือ ถอนใช้ได้เร็ว มูลค่าไม่เหวี่ยงแรง และไม่สร้างภาระเพิ่ม ดังนั้นจึงควรเลือกที่เก็บตามระดับความเร่งด่วนของการใช้เงิน

1. บัญชีออมทรัพย์แยกต่างหาก

บัญชีออมทรัพย์เหมาะกับเงินสำรองชั้นแรก เพราะถอนใช้ได้ทันทีและมูลค่าไม่ผันผวน ควรแยกจากบัญชีเงินเดือนหรือบัญชีใช้จ่ายประจำ เพื่อไม่ให้เผลอนำไปใช้กับเรื่องที่ไม่จำเป็น

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือเก็บค่าใช้จ่ายประมาณ 1-2 เดือนแรกไว้ในบัญชีที่เข้าถึงง่ายที่สุด เช่น บัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีดอกเบี้ยสูงที่ยังถอนใช้ได้สะดวก

2. บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอาจช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้เล็กน้อย แต่ควรอ่านเงื่อนไขให้ครบ เช่น ยอดเงินที่ได้ดอกเบี้ยสูง จำนวนครั้งในการถอน หรือข้อกำหนดการโอนเงินเข้า

อย่าเลือกบัญชีเพราะเห็นตัวเลขดอกเบี้ยอย่างเดียว หากเงื่อนไขซับซ้อนจนถอนเงินยากหรือเสี่ยงเสียสิทธิเมื่อจำเป็นต้องใช้ ก็อาจไม่เหมาะกับเงินฉุกเฉิน

3. กองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

เงินสำรองส่วนที่ยังไม่ต้องใช้ในวันเดียวกัน อาจพิจารณากองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ากองทุนรวมไม่ใช่เงินฝาก และการขายคืนมักใช้เวลาหลายวันทำการ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าสินทรัพย์สภาพคล่องสูง เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน อาจใช้เป็นที่พักเงินฉุกเฉินได้ตามความเหมาะสม อ่านแนวคิดการจัดสภาพคล่องจาก SET Happy Money

หากสนใจกองทุนประเภทนี้ ควรอ่านต่อเรื่อง กองทุนรวมตลาดเงินคืออะไร และตรวจระยะเวลารับเงินคืน ค่าธรรมเนียม และระดับความเสี่ยงก่อนลงทุน

4. เงินฝากประจำ เหมาะกับเงินฉุกเฉินไหม

เงินฝากประจำเหมาะกับเงินส่วนที่มั่นใจว่าไม่ต้องใช้ทันที แต่ไม่ควรเก็บเงินฉุกเฉินทั้งหมดไว้ในรูปแบบนี้ เพราะการถอนก่อนกำหนดอาจทำให้เสียสิทธิดอกเบี้ยหรือมีเงื่อนไขเพิ่มเติม

หากใช้เงินฝากประจำ ควรถือเป็นเงินสำรองชั้นรอง ไม่ใช่เงินก้อนแรกที่ต้องพร้อมใช้ในวันเดียวกัน

Emergency fund allocation between savings account and low risk money market fund, no text

แบ่งเงินสำรองฉุกเฉินเป็นชั้นอย่างไร

การเก็บเงินฉุกเฉินไว้ที่เดียวทั้งหมดอาจไม่จำเป็น วิธีที่สมดุลกว่าคือแบ่งเงินตามความเร็วในการใช้งาน เพื่อให้เงินส่วนแรกพร้อมใช้ทันที และเงินส่วนหลังยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนเล็กน้อย

  • ชั้นที่ 1: ค่าใช้จ่าย 1-2 เดือนในบัญชีออมทรัพย์ ถอนใช้ได้ทันที
  • ชั้นที่ 2: เงินสำหรับเดือนถัดไปในบัญชีดอกเบี้ยสูงหรือผลิตภัณฑ์สภาพคล่องสูง
  • ชั้นที่ 3: เงินสำรองส่วนเกินในกองทุนตลาดเงินหรือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำที่ขายคืนได้ตามระยะเวลาที่ยอมรับได้

หากคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือมีรายได้ไม่แน่นอน ควรให้น้ำหนักกับชั้นที่ 1 มากขึ้น เพราะความเร็วในการเข้าถึงเงินมักสำคัญกว่าผลตอบแทน

เงินสำรองฉุกเฉินไม่ควรเก็บไว้ที่ไหน

เงินฉุกเฉินไม่ควรอยู่ในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนสูงหรือขายออกยาก เพราะวันที่คุณต้องใช้เงินอาจเป็นวันที่ตลาดกำลังลงแรงพอดี

  • หุ้นและกองทุนหุ้น: ราคาผันผวนและอาจต้องขายขาดทุนในวันที่จำเป็นต้องใช้เงิน
  • คริปโทเคอร์เรนซี: ราคาผันผวนรุนแรงและมีความเสี่ยงด้านแพลตฟอร์มหรือการเก็บรักษาสินทรัพย์
  • ทองคำ: แม้ขายได้ค่อนข้างง่าย แต่ราคาขึ้นลงและมีส่วนต่างราคารับซื้อ-ขาย
  • อสังหาริมทรัพย์: ใช้เวลาขายและมีต้นทุนธุรกรรมสูง
  • บัตรเครดิตหรือสินเชื่อ: ใช้จ่ายได้ทันที แต่ไม่ใช่เงินสำรอง เพราะสร้างหนี้และดอกเบี้ยเพิ่ม

หากคุณมีเงินลงทุนอยู่แล้ว ควรแยกเงินฉุกเฉินออกจากพอร์ตให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ต้องขายสินทรัพย์ลงทุนในจังหวะที่ไม่เหมาะสม อ่านต่อได้ที่ วิธีสร้างพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง

เริ่มเก็บเงินฉุกเฉินอย่างไร หากยังไม่มีเงินก้อน

ตั้งเป้าหมายแรกให้เล็กและจับต้องได้

ไม่ต้องรอให้มีเงิน 6 เดือนก่อนจึงเริ่มวางแผน ลองตั้งเป้าหมายแรกเป็น 10,000 บาท หรือเท่ากับรายจ่ายจำเป็น 1 เดือน เมื่อทำได้แล้วค่อยขยับเป็น 2 เดือน 3 เดือน และเพิ่มขึ้นตามความพร้อม

โอนอัตโนมัติหลังได้รับรายได้

ตั้งระบบให้โอนเงินเข้าบัญชีฉุกเฉินทันทีหลังเงินเดือนออก แม้เริ่มเพียง 5% ของรายได้ก็ยังดีกว่ารอเก็บจากเงินที่เหลือปลายเดือน เพราะเงินมักเหลือน้อยกว่าที่คิด

คุณสามารถใช้แนวคิด กฎ 50/30/20 เป็นกรอบแบ่งเงินเบื้องต้น แล้วปรับสัดส่วนตามภาระจริงของตัวเอง โดยช่วงสร้างเงินฉุกเฉินอาจเพิ่มน้ำหนักเงินออมชั่วคราว

ใช้รายได้พิเศษเติมเงินก้อนนี้

โบนัส ค่าคอมมิชชัน งานพิเศษ เงินคืนภาษี หรือเงินจากการขายของที่ไม่ได้ใช้ สามารถแบ่งส่วนหนึ่งเข้ากองทุนฉุกเฉินได้ วิธีนี้ช่วยให้ถึงเป้าหมายเร็วโดยไม่กดดันค่าใช้จ่ายรายเดือนมากเกินไป

เติมกลับทุกครั้งหลังใช้

เมื่อมีเหตุจำเป็นและต้องถอนเงินออกมาใช้ ควรทำแผนเติมกลับทันทีเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เพราะเหตุฉุกเฉินไม่ได้เกิดครั้งเดียว การมีเงินสำรองพร้อมเสมอช่วยลดโอกาสต้องก่อหนี้ใหม่ในรอบถัดไป

เรื่องคุ้มครองเงินฝากที่ควรรู้

หากเก็บเงินฉุกเฉินในบัญชีเงินฝาก ควรเข้าใจขอบเขตคุ้มครองเงินฝากด้วย ปัจจุบันสถาบันคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 ราย ต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง ตามเงื่อนไขที่กำหนด

วงเงินนี้รวมเงินต้นและดอกเบี้ยของบัญชีเงินฝากทั้งหมดที่คุณมีในสถาบันการเงินเดียวกัน ไม่ได้แยกคุ้มครองเป็นรายบัญชี คุณสามารถตรวจรายละเอียดล่าสุดได้จาก สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

สรุป: เงินฉุกเฉินคือเกราะชั้นแรกของแผนการเงิน

เงินสำรองฉุกเฉินที่ดีควรมีอย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระหนี้ต่อเดือน เก็บในสินทรัพย์สภาพคล่องสูง และแยกออกจากเงินใช้จ่ายหรือเงินลงทุนอย่างชัดเจน

เริ่มจากเช็กรายจ่ายจำเป็นจริงของคุณ ตั้งเป้าหมายแรกที่ทำได้ และโอนเงินเข้าบัญชีฉุกเฉินแบบอัตโนมัติทุกเดือน เมื่อรากฐานนี้แข็งแรงขึ้น การลงทุนและเป้าหมายการเงินอื่นจะเดินต่อได้มั่นคงกว่าเดิม

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการเงินเฉพาะบุคคล โปรดศึกษาข้อมูล เงื่อนไขผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และประเมินความเสี่ยงรวมถึงสถานะการเงินของตนเองก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

เงินสำรองฉุกเฉินใช้บัตรเครดิตแทนได้ไหม

ไม่ควร เพราะบัตรเครดิตคือหนี้ ไม่ใช่เงินสำรองของคุณเอง หากชำระไม่เต็มจำนวนอาจมีดอกเบี้ยสูงและทำให้ปัญหาการเงินยืดเยื้อ เงินฉุกเฉินที่เหมาะสมควรเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่พร้อมใช้โดยไม่สร้างภาระเพิ่ม

รายจ่ายเพิ่มขึ้น ควรปรับเงินสำรองฉุกเฉินเมื่อไร

ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทันทีเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น ย้ายบ้าน มีบุตร เริ่มผ่อนรถ รายได้ลดลง เปลี่ยนงาน หรือมีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล เพราะฐานรายจ่ายที่ใช้คำนวณอาจเปลี่ยนไปจากเดิม

ควรเก็บเงินฉุกเฉินครบก่อนเริ่มลงทุนไหม

โดยทั่วไปควรมีเงินสำรองอย่างน้อยระดับพื้นฐานก่อนลงทุน เพื่อไม่ให้ต้องขายสินทรัพย์ในวันที่ตลาดผันผวนเมื่อเกิดเหตุจำเป็น แต่จำนวนที่เหมาะขึ้นอยู่กับความมั่นคงของรายได้ ภาระหนี้ สวัสดิการ และความรับผิดชอบของแต่ละคน

เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต

ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน


บทความที่เกี่ยวข้อง

CRYPTOLIBRARIE.COM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.