Disclaimer : เราไม่ใช่เว็บไซต์ที่แนะนำหรือชักชวนในการลงทุน ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการชักชวนในการลงทุนใด ๆ การลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้ คุณไม่ควรยึดถือว่าเป็นคำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย การลงทุน หรือเป็นคำแนะนำว่าการลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อธิบายไว้นั้นเหมาะสำหรับคุณและนักลงทุน

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร คุ้มไหม และควรทำเมื่อไหร่

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร คุ้มไหม และควรทำเมื่อไหร่

ผ่อนบ้านมาสักพักแล้วเห็นดอกเบี้ยในใบแจ้งหนี้เพิ่มขึ้น คุณอาจเริ่มถามว่า “ย้ายธนาคารดีไหม?” รีไฟแนนซ์บ้าน (Home Loan Refinance) คือการปิดสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิม แล้วขอสินเชื่อใหม่จากอีกธนาคารเพื่อนำเงินมาปิดหนี้เดิม โดยเป้าหมายหลักมักเป็นการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวด หรือปรับเงื่อนไขการผ่อนให้เหมาะกับสถานะการเงินมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ารีไฟแนนซ์แล้วจะคุ้มทุกกรณี เพราะต้องหักค่าใช้จ่ายและเปรียบเทียบกับข้อเสนอจากธนาคารเดิมด้วย

Home mortgage refinancing concept with house model calculator loan documents and coins on clean desk, no text, no characters, no logos or copyrighted brands

รีไฟแนนซ์บ้านทำงานอย่างไร?

สมมติคุณกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร A และยังเหลือหนี้ 2.5 ล้านบาท เมื่อธนาคาร B อนุมัติรีไฟแนนซ์ ธนาคาร B จะนำวงเงินสินเชื่อใหม่ไปชำระหนี้ให้ธนาคาร A จากนั้นคุณก็เริ่มผ่อนกับธนาคาร B ตามสัญญาใหม่

จุดที่คนมักสนใจคือช่วงโปรโมชั่นดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านเดิมหมดลง เพราะดอกเบี้ยหลังช่วงโปรโมชั่นอาจเปลี่ยนเป็นอัตราลอยตัวที่อิงกับ MRR หรืออัตราอ้างอิงของธนาคาร ทำให้ภาระดอกเบี้ยสูงขึ้นได้

ถ้าคุณยังไม่คุ้นกับวิธีคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก แนะนำให้อ่าน วิธีคำนวณดอกเบี้ยบ้าน ก่อน เพราะจะช่วยให้เปรียบเทียบข้อเสนอแต่ละธนาคารได้แม่นขึ้นมาก

รีไฟแนนซ์บ้านควรทำเมื่อไหร่?

คำตอบที่ได้ยินบ่อยคือ “ทุก 3 ปี” แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ควรใช้เลข 3 ปีเป็นกฎตายตัว สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือวันสิ้นสุดโปรโมชั่นเดิม เงื่อนไขค่าปรับ และส่วนต่างของดอกเบี้ยใหม่

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หลักเกณฑ์ห้ามเรียกเก็บค่าปรับชำระหนี้ก่อนกำหนดมีข้อยกเว้นสำหรับ การรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านภายใน 3 ปีแรก ดังนั้นหากจะย้ายธนาคารก่อนครบช่วงดังกล่าว คุณต้องกลับไปอ่านสัญญาว่ามีค่าปรับหรือเงื่อนไขอะไรหรือไม่

ช่วงเวลาที่ควรเริ่มเปรียบเทียบข้อเสนอคือประมาณ 2-3 เดือนก่อนหมดโปรโมชั่นเดิม เพื่อให้มีเวลาเตรียมเอกสาร ประเมินหลักทรัพย์ และต่อรองกับธนาคารปัจจุบัน

รีไฟแนนซ์บ้านคุ้มไหม ต้องคำนวณอะไรบ้าง?

อย่าตัดสินจากคำว่า “ดอกเบี้ยปีแรก 1.x%” เพียงตัวเลขเดียว เพราะสินเชื่อบ้านกินเวลาหลายปี สิ่งที่ควรเปรียบเทียบคือ ต้นทุนรวมในช่วงเวลาที่คุณคาดว่าจะถือสัญญานั้นจริง เช่น 3 ปีแรก

1. ดูดอกเบี้ยเฉลี่ย ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยปีแรก

บางแพ็กเกจให้ดอกเบี้ยปีแรกต่ำมาก แต่ปีที่ 2 และ 3 สูงขึ้น ดังนั้นควรนำอัตราของแต่ละปีมาคำนวณร่วมกัน และดูเงื่อนไขหลังหมดโปรโมชั่นด้วย

ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบหลายสินเชื่อ การเข้าใจ MRR, MLR และ MOR คืออะไร จะช่วยให้เห็นว่าดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

2. รวมค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ทุกบาท

ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นมีหลายรายการ และบางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นยกเว้นบางส่วน ได้แก่

  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน
  • ค่าจดจำนอง
  • ค่าอากรแสตมป์
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
  • ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ
  • ค่าปรับปิดสินเชื่อก่อนกำหนด หากเข้าเงื่อนไขตามสัญญา

กรมที่ดินระบุอัตราค่าจดทะเบียนจำนองโดยทั่วไปไว้ที่ 1% ของทุนจำนอง ตามหลักเกณฑ์ของนิติกรรมที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นยอดนี้อาจมีผลต่อจุดคุ้มทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยควรตรวจสอบอัตราและสิทธิยกเว้นล่าสุดก่อนทำรายการจริง

Mortgage cost comparison workspace with calculator house model financial documents and payment charts, no text, no characters, no logos or copyrighted brands

วิธีคำนวณจุดคุ้มทุนของการรีไฟแนนซ์

วิธีคิดแบบง่ายที่สุดคือ:

ระยะเวลาคืนทุน = ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ทั้งหมด ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน

สมมติยอดหนี้คงเหลือ 2.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยเดิมประมาณ 5.5% ต่อปี และข้อเสนอใหม่เฉลี่ยประมาณ 3.5% ต่อปี ส่วนต่างคือ 2% หากคำนวณแบบง่ายจากเงินต้นเริ่มต้น คุณอาจประหยัดดอกเบี้ยประมาณ 50,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 4,167 บาทต่อเดือน

ถ้าค่าใช้จ่ายรวมในการรีไฟแนนซ์อยู่ที่ 30,000 บาท จุดคุ้มทุนแบบคร่าว ๆ คือประมาณ 7 เดือน หลังจากนั้นผลประหยัดจึงเริ่มมากกว่าต้นทุนที่จ่ายไป

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง เพราะสินเชื่อจริงเป็นแบบลดต้นลดดอก ยอดเงินต้นจะลดทุกเดือน และอัตราดอกเบี้ยบางช่วงสามารถเปลี่ยนได้ วิธีที่แม่นกว่าคือขอตารางผ่อนชำระจากแต่ละธนาคารแล้วเปรียบเทียบยอดดอกเบี้ยรวมช่วง 3 ปีแบบเดือนต่อเดือน

อย่าเทียบรีไฟแนนซ์กับ “การไม่ทำอะไร” อย่างเดียว

นี่เป็นจุดที่ทำให้หลายคนคำนวณความคุ้มค่าผิด คุณควรขอข้อเสนอ Retention จากธนาคารเดิมก่อนด้วย

Retention คือการที่ธนาคารเดิมปรับลดดอกเบี้ยหรือเสนอเงื่อนไขใหม่เพื่อให้คุณอยู่ต่อ ข้อดีคือกระบวนการมักง่ายกว่าและอาจไม่มีต้นทุนจดจำนองใหม่แบบการย้ายธนาคาร

ตัวอย่างเช่น ธนาคารเดิมคิด 5.5% แต่ยอมลดเหลือ 4.1% ขณะที่ธนาคารใหม่ให้ 3.5% ส่วนต่างที่ควรใช้ตัดสินใจจริงจึงไม่ใช่ 2% แต่เหลือเพียง 0.6% เมื่อเทียบกับข้อเสนอ Retention

ถ้ายอดหนี้ 2.5 ล้านบาท ส่วนต่าง 0.6% คิดแบบง่ายจะประหยัดเพิ่มประมาณ 15,000 บาทต่อปี หากการย้ายธนาคารต้องเสีย 30,000 บาท คุณอาจต้องใช้เวลาราว 2 ปีกว่าจะคืนทุน นี่คือเหตุผลที่ต้องขอข้อเสนอจากธนาคารเดิมก่อนเซ็นกับธนาคารใหม่

รีไฟแนนซ์แล้วลดค่างวด แปลว่าประหยัดจริงหรือไม่?

ไม่เสมอไป สมมติคุณเหลือระยะเวลาผ่อน 15 ปี แต่รีไฟแนนซ์แล้วเลือกขยายระยะเวลาเป็น 25 ปี ค่างวดรายเดือนอาจลดลงมาก แต่คุณกำลังยืดเวลาที่ต้องเสียดอกเบี้ยออกไปอีก 10 ปี

ดังนั้นถ้าเป้าหมายของคุณคือประหยัดดอกเบี้ยจริง ควรเปรียบเทียบทั้ง ค่างวดรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และระยะเวลาหนี้ที่เหลือ ไม่ใช่มองแค่เงินที่จ่ายต่อเดือนลดลง

หากค่างวดเดิมยังจ่ายไหว วิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือรีไฟแนนซ์เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลง แต่ยังคงจ่ายเงินต่อเดือนใกล้เคียงเดิม เงินส่วนที่เพิ่มจากค่างวดขั้นต่ำจะช่วยตัดเงินต้นเร็วขึ้น ทั้งนี้ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการชำระเงินเพิ่มของสินเชื่อนั้นด้วย

ใครมีโอกาสได้ประโยชน์จากการรีไฟแนนซ์?

  • ยอดเงินต้นยังค่อนข้างสูง เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยเล็กน้อยก็สามารถกลายเป็นเงินหลายหมื่นบาทได้
  • อัตราดอกเบี้ยเดิมสูงกว่าข้อเสนอใหม่ชัดเจน หลังรวมค่าใช้จ่ายแล้ว
  • รายได้และประวัติการชำระหนี้ยังดี เพราะธนาคารใหม่ต้องพิจารณาสินเชื่อใหม่อีกครั้ง
  • ตั้งใจถือบ้านต่ออีกหลายปี ทำให้มีเวลามากพอที่จะผ่านจุดคุ้มทุน

ก่อนสมัครควรตรวจภาระหนี้ทั้งหมดและเตรียมเอกสารรายได้ให้เรียบร้อย คุณสามารถอ่านต่อเรื่อง เครดิตบูโรคืออะไรและมีผลต่อการกู้เงินอย่างไร เพื่อเข้าใจสิ่งที่ธนาคารใช้ประกอบการพิจารณา

กรณีไหนที่รีไฟแนนซ์อาจยังไม่คุ้ม?

ถ้าคุณกำลังจะขายบ้านในอีกไม่กี่เดือน ส่วนต่างดอกเบี้ยอาจยังไม่มากพอคืนค่าใช้จ่าย หรือหากยอดหนี้เหลือน้อยมาก ผลประหยัดจากดอกเบี้ยก็อาจไม่สูงพอเช่นกัน

อีกกรณีคือธนาคารเดิมให้ข้อเสนอ Retention ใกล้เคียงกับธนาคารใหม่จนส่วนต่างไม่มาก การอยู่ธนาคารเดิมอาจคุ้มกว่าเมื่อคำนึงถึงเวลา เอกสาร และค่าใช้จ่ายในการย้ายสินเชื่อ

รวมถึงกรณีที่ข้อเสนอใหม่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมเพื่อแลกกับดอกเบี้ยพิเศษ คุณควรนำค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมาคำนวณด้วย อย่าดูเฉพาะตัวเลขดอกเบี้ยที่อยู่บนโฆษณา

ก่อนรีไฟแนนซ์ควรเช็กอะไรบ้าง?

  • เช็กยอดเงินต้นคงเหลือจริงจากธนาคารเดิม
  • อ่านสัญญาว่าพ้นช่วงค่าปรับก่อนกำหนดแล้วหรือยัง
  • ขอ Retention จากธนาคารเดิม
  • เปรียบเทียบอย่างน้อย 2-3 ธนาคาร
  • คำนวณดอกเบี้ยรวมช่วง 3 ปี ไม่ใช่เฉพาะปีแรก
  • รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทุกประเภท
  • คำนวณจุดคุ้มทุนก่อนเซ็นสัญญา
  • ตรวจว่าการลดค่างวดเกิดจากดอกเบี้ยลดจริง หรือเพียงขยายระยะเวลาผ่อน

ถ้าคุณทำครบทุกข้อ การตัดสินใจจะเปลี่ยนจาก “ธนาคารไหนโฆษณาดอกเบี้ยต่ำที่สุด” เป็น “ทางเลือกไหนทำให้ต้นทุนหนี้ของเราต่ำที่สุดจริง” ซึ่งเป็นวิธีคิดที่สำคัญกว่ามากในสินเชื่อระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

รีไฟแนนซ์บ้านต้องรอครบ 3 ปีก่อนหรือไม่?

ไม่ใช่กฎว่าต้องรอครบ 3 ปีทุกกรณี แต่การรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านในช่วง 3 ปีแรกอาจเข้าเงื่อนไขค่าปรับชำระก่อนกำหนดตามสัญญา จึงควรตรวจสัญญาและคำนวณว่าดอกเบี้ยที่ประหยัดได้มากกว่าค่าปรับหรือไม่ก่อนตัดสินใจ

รีไฟแนนซ์กับ Retention แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีคำตอบเดียว หาก Retention ให้ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับธนาคารใหม่และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า การอยู่ธนาคารเดิมอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าธนาคารใหม่ให้ต้นทุนรวมต่ำกว่าชัดเจนและคืนทุนเร็ว การรีไฟแนนซ์อาจเหมาะกว่า

ดอกเบี้ยต่างกันแค่ 0.5% ควรรีไฟแนนซ์ไหม?

ขึ้นอยู่กับยอดหนี้และค่าใช้จ่าย หากยอดเงินต้นยังสูง ส่วนต่าง 0.5% อาจมีมูลค่าหลายหมื่นบาทต่อปี แต่ถ้ายอดหนี้เหลือน้อยหรือมีค่าธรรมเนียมสูง คุณอาจใช้เวลานานกว่าจะคืนทุน วิธีที่ถูกต้องคือคำนวณจำนวนเงินบาทที่ประหยัดได้ ไม่ใช่มองเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียว

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือคำแนะนำในการลงทุน เงื่อนไขสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โปรดศึกษาข้อมูลจากธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินฐานะทางการเงิน และความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจทุกครั้ง


เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต

ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ติดตาม: Facebook · YouTube

บทความที่เกี่ยวข้อง

CRYPTOLIBRARIE.COM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.