Disclaimer : เราไม่ใช่เว็บไซต์ที่แนะนำหรือชักชวนในการลงทุน ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการชักชวนในการลงทุนใด ๆ การลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้ คุณไม่ควรยึดถือว่าเป็นคำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย การลงทุน หรือเป็นคำแนะนำว่าการลงทุนในกองทุนหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อธิบายไว้นั้นเหมาะสำหรับคุณและนักลงทุน

วางแผนเกษียณ ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงพอใช้

วางแผนเกษียณ ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงพอใช้

วางแผนเกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะจำนวนเงินที่พอใช้ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายหลังหยุดทำงาน อายุที่ต้องการเกษียณ ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ชีวิต รายได้ประจำที่ยังเหลืออยู่ และเงินเฟ้อ วิธีเริ่มที่ใช้ได้จริงคือคำนวณ “ช่องว่างค่าใช้จ่าย” ของตัวเองก่อน แล้วค่อยวางแผนเงินออมและการลงทุนเพื่อปิดช่องว่างนั้น

หากคุณอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณเดือนละ 30,000 บาท แต่มีรายได้ประจำจากแหล่งอื่นเดือนละ 5,000 บาท คุณต้องเตรียมเงินรองรับส่วนต่าง 25,000 บาทต่อเดือน ไม่ใช่ตั้งเป้าว่าต้องมีเงินก้อน 5 หรือ 10 ล้านบาทเพียงเพราะเป็นตัวเลขที่คนอื่นพูดถึงบ่อย

Calm retirement planning desk with calculator, notebook, savings jar, financial charts and warm natural light, no text, no people, no logos

ทำไมเงินเกษียณของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

คำว่า “พอใช้” ของแต่ละคนแตกต่างกันมาก บางคนมีบ้านปลอดหนี้ อยู่ต่างจังหวัด และต้องการใช้ชีวิตเรียบง่าย ขณะที่บางคนยังมีภาระผ่อนบ้าน ต้องดูแลบุตรหรือพ่อแม่ หรือวางแผนท่องเที่ยวหลังเกษียณเป็นประจำ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเสนอให้ใช้ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณราว 70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบันเป็นจุดตั้งต้นในการประเมิน แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่สูตรตายตัว เพราะรายจ่ายด้านสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และภาระครอบครัวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดูแนวทางวางแผนเกษียณจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อายุที่ต้องการหยุดทำงาน

คนที่อยากเกษียณเมื่ออายุ 50 ปี ต้องเตรียมเงินมากกว่าคนที่ทำงานถึงอายุ 60 ปี เพราะมีเวลาสะสมเงินสั้นกว่า และมีช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินหลังเกษียณยาวกว่า

การกำหนดอายุเกษียณจึงไม่ใช่แค่เรื่องอยากหยุดทำงานเมื่อไร แต่เป็นตัวแปรที่กำหนดทั้งจำนวนเงินเป้าหมายและจำนวนปีที่คุณมีเวลาเตรียมตัว

ระยะเวลาที่ต้องใช้เงินหลังเกษียณ

ไม่ควรวางแผนโดยคิดว่าจะใช้เงินถึงอายุ 75 หรือ 80 ปีเท่านั้น การเผื่อแผนถึงอายุ 85 ปี 90 ปี หรือมากกว่านั้น ช่วยลดความเสี่ยงที่เงินหมดก่อนช่วงปลายชีวิต

ตัวอย่างเช่น หากเกษียณตอนอายุ 60 ปีและเตรียมเงินถึงอายุ 90 ปี แปลว่าคุณต้องออกแบบแผนให้รองรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 30 ปี และอาจนานกว่านั้นหากมีอายุยืนกว่าที่คาด

ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณเปลี่ยนไปอย่างไร

หลังเกษียณ ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าอาหารกลางวัน หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาชีพอาจลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายรวมจะลดลงเสมอไป เพราะอาจมีค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันสุขภาพ ค่าดูแลบ้าน ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายช่วยเหลือครอบครัวเพิ่มเข้ามา

วิธีที่แม่นยำกว่าการเดาว่าใช้เงินลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ คือเปิดรายการใช้จ่ายปัจจุบัน แล้วแยกว่าอะไรจะหายไป อะไรจะอยู่ต่อ และอะไรอาจเพิ่มขึ้นเมื่อไม่ได้ทำงานแล้ว

วิธีคำนวณเงินเกษียณเบื้องต้น

การคำนวณรอบแรกไม่ต้องซับซ้อน เป้าหมายคือทำให้คุณเห็นช่องว่างระหว่างเงินที่อยากใช้กับรายได้ที่คาดว่าจะยังมีหลังเกษียณ

เงินเกษียณเบื้องต้น = (ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ – รายได้ประจำต่อเดือนหลังเกษียณ) × 12 × จำนวนปีหลังเกษียณ

สมมติคุณอายุ 35 ปี ตั้งใจเกษียณตอน 60 ปี และอยากให้เงินพอใช้ถึงอายุ 90 ปี คุณอยากใช้เดือนละ 35,000 บาทในมูลค่าเงินปัจจุบัน และคาดว่ามีรายได้ประจำหลังเกษียณเดือนละ 5,000 บาท

  • ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเองต่อเดือน: 30,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเองต่อปี: 360,000 บาท
  • ระยะเวลาหลังเกษียณ: 30 ปี
  • เงินเป้าหมายเบื้องต้น: 10.8 ล้านบาท

ตัวเลข 10.8 ล้านบาทนี้ยังไม่รวมผลตอบแทนจากการลงทุน เงินเฟ้อ ภาษี หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นฐานให้คุณเริ่มเห็นภาพว่าต้องออมเพิ่มแค่ไหน หรือต้องปรับเป้าหมายอะไรบ้าง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมี เครื่องมือคำนวณเงินเกษียณ ที่ช่วยทดลองปรับค่าใช้จ่าย เงินเฟ้อ ผลตอบแทน และรายได้หลังเกษียณ เพื่อเปรียบเทียบหลายสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น

Minimal financial planning scene with retirement timeline, savings growth chart, calculator and coffee cup, no text, no people, no logos

ต้องเผื่อเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลอย่างไร

เงินเฟ้อทำให้กำลังซื้อของเงินลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เงิน 30,000 บาทต่อเดือนในวันนี้ อาจไม่เพียงพอสำหรับรูปแบบชีวิตเดิมในอีก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า

ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลางที่ 1-3% ต่อปี ซึ่งนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทดลองคำนวณได้ แต่ค่าใช้จ่ายจริงของแต่ละครัวเรือนอาจเพิ่มไม่เท่ากัน โดยเฉพาะหมวดสุขภาพ การดูแลระยะยาว และบริการที่ต้องใช้เมื่ออายุมากขึ้น ดูกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจากธนาคารแห่งประเทศไทย

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือทดลองทำแผนอย่างน้อย 3 แบบ ได้แก่ เงินเฟ้อ 1% 2% และ 3% ต่อปี แล้วดูว่าเป้าหมายเงินเกษียณเปลี่ยนไปมากแค่ไหน หากแผนยังพอเดินต่อได้แม้ใช้สมมติฐานที่เข้มขึ้น แปลว่าแผนของคุณมีพื้นที่เผื่อความไม่แน่นอนมากขึ้น

แยกเงินสุขภาพออกจากงบใช้จ่ายปกติ

ค่ารักษาพยาบาลมักไม่เกิดสม่ำเสมอเหมือนค่าอาหารหรือค่าน้ำไฟ และอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ การมีประกันสุขภาพที่เหมาะสม เงินสำรองฉุกเฉิน และแผนดูแลระยะยาว จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนเกษียณ ไม่ใช่เรื่องที่ค่อยคิดเมื่อใกล้หยุดทำงาน

ควรแยกเงินฉุกเฉินออกจากเงินลงทุนเพื่อเกษียณ เพราะหากเกิดเหตุจำเป็นแล้วต้องขายสินทรัพย์ระยะยาวในช่วงตลาดลง อาจทำให้แผนเกษียณเสียหายได้ อ่านต่อได้ที่ เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่

รายได้หลังเกษียณที่ควรนำมาคำนวณ

ก่อนตั้งเป้าเงินก้อนใหญ่ ลองสำรวจว่าหลังเกษียณคุณจะมีรายได้จากแหล่งใดบ้าง เพราะรายได้เหล่านี้ช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องออมด้วยตัวเองได้

  • บำนาญชราภาพประกันสังคม: สำหรับผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบจากนายจ้าง และผลตอบแทนจากการลงทุน
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญ: สำหรับผู้ที่มีสิทธิในระบบของภาครัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง
  • รายได้จากทรัพย์สิน: เช่น ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือรายได้จากธุรกิจ
  • รายได้จากงานหลังเกษียณ: งานพาร์ตไทม์ งานที่ปรึกษา หรืออาชีพเสริมที่ทำได้ตามสุขภาพ

สำนักงานประกันสังคมระบุว่า ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์อาจมีสิทธิรับบำนาญชราภาพ โดยมีหลักคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และระยะเวลาส่งเงินสมทบ ทั้งนี้ควรตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขล่าสุดของตนเองก่อนนำตัวเลขไปใช้ในแผน ดูข้อมูลบำนาญชราภาพจากสำนักงานประกันสังคม

หากคุณมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว อย่ามองว่าเป็นเพียงเงินที่หักจากเงินเดือนทุกเดือน แต่ควรตรวจยอดสะสม เงินสมทบของนายจ้าง และนโยบายลงทุนว่าตรงกับระยะเวลาถึงเกษียณหรือไม่ เพราะเงินก้อนนี้อาจเป็นฐานสำคัญของแผนทั้งชีวิต

ลงทุนเพื่อเกษียณอย่างไรให้เหมาะกับระยะเวลา

การออมในบัญชีเงินฝากอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเหลือเวลาอีกหลายสิบปีก่อนเกษียณ เพราะเงินอาจเติบโตไม่ทันค่าครองชีพ การลงทุนจึงมีบทบาทในการเพิ่มโอกาสให้เงินงอกเงย แต่ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนไม่แน่นอนและมูลค่าเงินลงทุนอาจลดลงได้

ช่วงเริ่มทำงาน

คนที่ยังมีเวลาอีกนานอาจรับความผันผวนของสินทรัพย์ได้มากกว่า แต่ไม่ควรกระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว การทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอและกระจายความเสี่ยงมักสำคัญกว่าการพยายามทายจังหวะตลาดให้ถูกทุกครั้ง

ช่วงกลางวัยทำงาน

ช่วงนี้ควรเพิ่มเงินออมตามรายได้ที่เติบโตขึ้น ตรวจหนี้สิน และทบทวนว่าเงินที่สะสมไว้ยังพอใกล้เป้าหมายหรือไม่ หากมีช่องว่างมากขึ้น อาจต้องเพิ่มเงินออม ลดรายจ่าย หรือขยายระยะเวลาทำงาน ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มความเสี่ยงของพอร์ตอย่างเดียว

ช่วงใกล้เกษียณ

เงินที่ต้องใช้ในช่วง 3-5 ปีแรกหลังเกษียณไม่ควรเสี่ยงสูงเกินไป เพราะหากตลาดปรับลงแรง คุณอาจต้องขายสินทรัพย์ขาดทุนเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ควรแบ่งเงินตามระยะเวลาการใช้งาน ไม่ใช่ถือทุกอย่างในสินทรัพย์ประเภทเดียว

RMF เป็นทางเลือกสำหรับการออมระยะยาวที่มีเงื่อนไขภาษี โดย ก.ล.ต. ระบุว่า RMF ใช้ลดหย่อนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี และขายคืนได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ ผู้ลงทุนควรดูทั้งนโยบายลงทุน ความเสี่ยง และเงื่อนไขการถือครอง ไม่ควรซื้อเพียงเพราะต้องการลดภาษี ดูเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษีจาก ก.ล.ต.

อ่านต่อได้ที่ RMF กับ SSF ต่างกันอย่างไร เพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไขก่อนเลือกเครื่องมือออมเพื่อเกษียณ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เงินเกษียณอาจไม่พอใช้

  • ตั้งเป้าจากเงินก้อนอย่างเดียว: โดยไม่คำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือนและระยะเวลาที่ต้องใช้เงินจริง
  • ลืมเงินเฟ้อ: ทำให้ตัวเลขเป้าหมายดูพอในวันนี้ แต่ไม่พอกับกำลังซื้อในอนาคต
  • พึ่งรายได้แหล่งเดียว: เช่น หวังพึ่งบำนาญหรือรายได้ค่าเช่าเพียงทางเดียว
  • ลงทุนกระจุกตัว: ลงทุนในหุ้น บริษัท ประเทศ หรือสินทรัพย์เดียวมากเกินไป
  • ถอนเงินเกษียณก่อนเวลา: ใช้เงินก้อนเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น โดยไม่มีแผนเติมกลับ
  • ไม่ทบทวนแผน: ทั้งที่รายได้ หนี้ สุขภาพ ครอบครัว และเป้าหมายชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว

หากคุณเริ่มเห็นว่าเงินออมอาจไม่พอ อย่ารีบเพิ่มความเสี่ยงด้วยการลงทุนที่ไม่เข้าใจ ลองเริ่มจากเพิ่มอัตราออม ลดหนี้ดอกเบี้ยสูง เพิ่มรายได้ หรือขยับอายุเกษียณออกเล็กน้อยก่อน เพราะการปรับหลายปัจจัยพร้อมกันมักยั่งยืนกว่าการหวังผลตอบแทนสูงจากสินทรัพย์เดียว

เริ่มวางแผนเกษียณวันนี้ด้วย 5 ขั้นตอน

  • จดค่าใช้จ่ายปัจจุบัน: แยกว่ารายการใดจะยังมีหรือเพิ่มขึ้นหลังเกษียณ
  • กำหนดอายุเกษียณ: ระบุอายุที่อยากหยุดทำงาน และอายุที่ต้องการให้เงินเพียงพอ
  • สำรวจทรัพย์สินที่มี: ตรวจเงินออม PVD ประกันสังคม กองทุน และรายได้ประจำที่คาดว่าจะได้รับ
  • คำนวณช่องว่าง: เปรียบเทียบเงินที่ต้องใช้กับเงินที่มีอยู่และเงินที่คาดว่าจะสะสมได้
  • ตั้งระบบออม: โอนเงินเข้าบัญชีออมหรือลงทุนตามแผนทุกเดือน แล้วทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง

การตั้งออมอัตโนมัติช่วยให้แผนเกษียณไม่ต้องพึ่งแรงใจทุกเดือน คุณสามารถอ่านต่อได้ที่ การออมเงินอัตโนมัติทำอย่างไรให้มีเงินเก็บ เพื่อเริ่มสร้างระบบเงินออมที่ทำต่อเนื่องได้จริง

สรุป: เงินเกษียณที่พอใช้ เริ่มจากการรู้ว่าคุณอยากใช้ชีวิตแบบไหน

เงินเกษียณที่พอใช้ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน แต่เป็นผลจากค่าใช้จ่าย อายุเกษียณ ระยะเวลาหลังหยุดทำงาน รายได้ประจำ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านสุขภาพของคุณเอง

เริ่มจากคำนวณค่าใช้จ่ายจริง สำรวจสิทธิและเงินออมที่มีอยู่ แล้วค่อยดูว่าต้องออมเพิ่มเดือนละเท่าไร ไม่ต้องรอให้รายได้สูงหรือใกล้เกษียณก่อน เพราะการเริ่มวางแผนวันนี้ทำให้คุณมีทางเลือกมากกว่าการแก้ปัญหาในวันที่เวลาเหลือน้อยลง

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูล เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ และประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับการออม การลงทุน หรือการวางแผนเกษียณทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุเท่าไหร่

ควรเริ่มทันทีที่มีรายได้สม่ำเสมอ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว คุณยิ่งมีเวลาออมและลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอายุเท่าไร การเริ่มจดรายรับรายจ่าย ตรวจหนี้ และคำนวณเป้าหมายเกษียณก็ยังดีกว่าการไม่เริ่มเลย

มีเงิน 10 ล้านบาทพอเกษียณหรือไม่

อาจพอหรือไม่พอก็ได้ ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายต่อเดือน ระยะเวลาหลังเกษียณ เงินเฟ้อ หนี้สิน และรายได้ประจำที่ยังมีอยู่ หากใช้เงินเดือนละ 25,000 บาทเป็นเวลา 25 ปี เงิน 10 ล้านบาทอาจดูเพียงพอตามการคำนวณเบื้องต้น แต่หากมีค่ารักษาสูงหรืออายุยืนกว่าแผน เงินก้อนนี้อาจไม่พอ

มีประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ยังต้องออมเพิ่มไหม

ควรตรวจยอดเงินและสิทธิประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับก่อน เพราะแต่ละคนมีระยะเวลาส่งเงินสมทบ อัตราเงินสะสม เงินสมทบนายจ้าง และรายจ่ายหลังเกษียณไม่เท่ากัน หากรายได้จากสองแหล่งยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ต้องการ ก็อาจต้องออมและลงทุนเพิ่มตามความเสี่ยงที่รับได้

ใกล้เกษียณแล้วแต่เงินยังไม่พอ ควรทำอย่างไร

เริ่มจากคำนวณช่องว่างใหม่อย่างตรงไปตรงมา แล้วพิจารณาหลายทางร่วมกัน เช่น ลดรายจ่าย เพิ่มเงินออม ลดหนี้ ขยายเวลาทำงาน สร้างรายได้เสริม หรือปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับระยะเวลาที่เหลือ ไม่ควรเร่งลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเพียงเพื่อหวังให้เงินโตทันเป้าหมาย

เกี่ยวกับผู้เขียน: ศิริวัฒน์ การเงิน — นักเขียนคอนเทนต์การเงินและคริปโต

ศิริวัฒน์ การเงิน เป็นนักเขียนคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน และคริปโตของ cryptolibrarie เน้นให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รอบคอบ เป็นกลาง และอ้างอิงข้อเท็จจริง อธิบายเรื่องการเงินและคริปโตที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจและประเมินความเสี่ยงได้เอง เนื้อหาทุกชิ้นเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน


บทความที่เกี่ยวข้อง

CRYPTOLIBRARIE.COM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.